จากกรณีเฟซบุ๊ก Dr.Nantarika Chansue (รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ภาพการตรวจเนื้อปลาโอ ในเซตอาหารญี่ปุ่นที่มีสีแดงชมพูเกินจริง เพื่อเตือนผู้บริโภคให้ระมัดระวังอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากผลตรวจสอบเบื้องต้นปรากฎว่า เนื้อปลาดังกล่าวถูกย้อมสี โดยเมื่อนำไปแช่น้ำเพียง 5 นาที ได้เปลี่ยนเป็นสีขาวซีด ส่วนผลการเพาะเชื้อต้องรอ 2-3 วัน เลยจัดการเก็บมาเข้าแลปท่ี ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬา...ส่วนท่ีเพาะเชื้อต้องรอผลอีก 2-3 วัน
เฟซบุ๊ก Dr.Nantarika Chansue
วันนี้ (26 พ.ค. 2559) นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า เนื้อปลาดิบจัดอยู่ในกลุ่มอาหารเนื้อสัตว์สดที่ไม่อนุญาตให้มีการใส่สีทุกประเภท หากพบว่ามีการใช้สีจริงจะถือเป็นอาหารไม่ปลอดภัย ปรับไม่เกิน 20,000 บาท และหากใช้สีในอุตสาหกรรมอื่น เช่น สีย้อมผ้า สีย้อมอวน หรือการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคถือเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างเนื้อปลาดิบในร้านอาหารชื่อดัง ซึ่งมีหลายสาขาตามห้างสรรพสินค้า 5 แห่ง เพื่อนำปลาดิบมาตรวจสอบที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พิสูจน์ว่ามีการปนเปื้อนจุลินทรีย์ก่อโรค และมีการผสมสีหรือไม่ ซึ่งจะทราบผลการตรวจวิเคราะห์ในเร็วๆ นี้
ส่วนกรณีที่มีนักวิชาการระบุว่า สีของเนื้อปลาดิบเข้มผิดธรรมชาติเกิดจากสารโปรตีนตามธรรมชาติในเนื้อปลา หรือ “สารมายโอโกลบิน” (myoglobin) ละลายออกมา ส่วนตัวไม่ทราบว่าเป็นจริงตามนั้นหรือไม่ แต่ อย. จะดำเนินการนำเอาตัวอย่างเนื้อปลาสดมาตรวจสอบ เพื่อหาการปนเปื้อนสี หรือจุลินทรีย์ก่อโรคต่อไป
รองเลขาธิการ อย. แนะนำวิธีสังเกตเนื้อปลาดิบก่อนผู้บริโภคง่ายๆ ดังนี้ 1.สีไม่ผิดธรรมชาติ 2.กลิ่นไม่ผิดปกติ 3.เนื้อปลาต้องไม่ยุ่ย ไม่เปื่อย และ 4.ลักษณะของร้านอาหารต้องถูกสุขลักษณะ เป็นต้น
ขอบคุณภาพจาก: เฟซบุ๊ก Dr.Nantarika Chansue