ความคิดเห็นที่หลากหลายในโซเชี่ยล เกิดขึ้นเมื่อรองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ โพสต์รูปภาพเนื้อปลาดิบที่ทำการทดลองแช่เนื้อปลาในหลอดแก้ว ที่ห้องแลปศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังไปรับประทานปลาดิบ ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งภายในห้างสรรพสินค้า พร้อมเขียนระบุว่าตั้งข้อสังเกตุว่าเนื้อปลาดิบมีสีสันสดใส คล้ายมีการย้อมสี และเมื่อนำเนื้อปลาไปแช่น้ำเพียง 5 นาที ผลออกมากลายเป็นสีซีดขาว พร้อมเตือน ระวังในการรับประทานปลาดิบ
ในโลกโซเชี่ยล มีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย เช่นเดียวกับอาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา ได้ตั้งกระทู้แสดงความคิดเห็น และมองในมุมกลับว่า ปฎิกิริยาที่เกิดขึ้น ของสีเนื้อปลา ไม่น่าเกิดจากสีย้อมสี แต่เป็นเพียง สารโปรตีนตามธรรมชาติในเนื้อปลาที่ชื่อว่ามายโอโกลบินละลายออกมาจากตัวปลาที่อยู่ตามกล้ามเนื้อของสัตว์
จากกระแสข่าวที่สร้างความกังวลใจต่อผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ลงพื้นที่ซุ่มเก็บตัวอย่าง ปลาแซลมอนจากร้านอาหารญี่ปุ่นย่านสุขุมวิท5 แห่ง แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นอันตรายหรือไม่เนื่องจากต้องรอผลการตรวจจากห้องแลป 1สัปดาห์ ส่วนประเด็นการเปลี่ยนสีของเนื้อปลาดิบ อย.ยืนยันว่า โปรตีนในเนื้อปลาดิบจะออกมาปะปนเมื่อนำมาละลายในน้ำจนเปลี่ยนสี สามารถเป็นไปได้แต่ยังสามารถรับประทานโดยไม่มีอันตรายแต่หากเกิดจากสีสันที่น่ารับประทานเกิดจากการย้อมสีด้วยสารเคมีจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในระยะยาวได้
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แนะนำผู้บริโภค วิธีการสังเกตุการเลือกซื้อปลาดิบเบื้องต้น ให้ดูจากสีของเนื้อปลาต้องเนียนใส สะอาด เนื้อไม่ลุ่ย ต้องไม่มีกลิ่นคาวและที่สำคัญรสชาติของเนื้อปลาจะไม่ผิดแปลก