วันนี้ (29 พ.ค. 59) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศสวิตเซอร์แลนด์กำลังจะมีการทำประชามติในวันที่ 5 มิ.ย. เพื่อให้ตัดสินใจว่าต้องการให้รัฐบาลกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำหลังหักภาษีแล้วที่ 2,500 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 90,000 บาทต่อเดือนหรือไม่
นั่นหมายความว่าผู้ที่ทำงานและมีเงินได้น้อยกว่าในปัจจุบันจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่วนผู้ที่ตกงานหรือไม่มีงานทำจะได้รับเงินจำนวนนี้เช่นกัน แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลก็จะเลิกจ่ายเงินสวัสดิการต่างๆ ด้วย
แนวคิดนี้ รัฐบาลสวิสเซอร์แลนด์ เพราะว่าต้องหางบประมาณปีละกว่า 25,000 ล้านฟรังก์สวิส มาใช้สำหรับมาตรการดังกล่าว และอาจจะต้องมีการเก็บภาษีอื่นๆ เพิ่ม หรือปรับลดรายจ่าย ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจได้
ด้านผู้สนับสนุน ระบุว่า สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีฐานะร่ำรวยอยู่แล้วและไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ขณะที่ประชาชนชาวสวิสหลักแสนคนก็กลัวที่จะตกงานเนื่องจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น ซึ่งการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำจะช่วยเป็นหลักประกันให้กับพวกเขาได้
จากการสำรวจความคิดเห็น ชาวสวิสร้อยละ 40 เห็นด้วยกับมาตรการนี้ อย่างไรก็ตาม จำนวนเงินดังกล่าวถือว่าสูงกว่าเกณฑ์ความยากจนที่กำหนดไว้ที่ 2,219 ฟรังก์ หรือประมาณ 80,000 บาท เพียงนิดเดียว และยังต่ำกว่าค่าจ้างเฉลี่ยก่อนหักภาษีที่ 6,427 ฟรังก์ หรือประมาณ 230,000 บาท อยู่มาก
นอกจากสวิตเซอร์แลนด์แล้ว ประเทศอื่นๆ อย่างฟินแลนด์ ก็มีแผนคล้ายๆกัน คือ จะยกเลิกสวัสดิการต่างๆ ทั้งหมด แล้วจ่ายเป็นเงินปีละ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 350,000 บาท แทน โดยจะเริ่มนำร่องโครงการต้นปีหน้ากับชาวฟินแลนด์ 10,000 คน เป็นระยะเวลา 2 ปี