ภาพของฉลามวาฬขนาดใหญ่ ที่ถูกจับขึ้นมาบนเรือประมงลำหนึ่ง โดยมีลูกเรือขึ้นไปยืนบนตัวและฉีดน้ำใส่ ขณะที่อีกภาพเห็นได้ชัดว่ามีเลือดติดอยู่ตามลำตัวฉลามวาฬ โดยเจ้าของเฟซบุ๊กที่เผยแพร่ภาพดังกล่าว เขียนระบุว่า “ยานพาหนะ ตัวใหม่ล่าสุด” ขณะที่จุดแสดงตำแหน่งอยู่ในประเทศมาเลเซีย
ทีมข่าวสอบถามไปยังเจ้าของเฟซบุ๊กที่โพสต์ภาพนี้ ได้รับคำตอบว่าจับฉลามวาฬตัวดังกล่าวได้เมื่อคืนที่ผ่านมาบริเวณช่องแคบมะละกา และเมื่อทราบว่าฉลามวาฬเป็นสัตว์คุ้มครอง เจ้าของเฟซบุ๊คจึงบอกกับทีมข่าวว่าได้ปล่อยฉลามวาฬตัวดังกล่าวลงทะเลแล้ว
ขณะที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อยู่ระหว่างหาที่มาที่ไปของเรือประมงลำดังกล่าว ซึ่งหากพบว่าจับหรือล่าฉลามวาฬจริง ก็จะเข้าข่ายมีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพราะฉลามวาฬถือเป็นสัตว์คุ้มครอง และกำลังถูกเสนอให้เป็นสัตว์สงวน
วานนี้ ทีมข่าว PPTV นำเสนอปัญหาการนำ “ปลาฉลาม” มาทำเป็นเมนูในร้านอาหาร ซึ่งไม่ผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยเจ้าของร้านบอกว่าหากรัฐเห็นความสำคัญว่า ฉลามมีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ และสำคัญต่อภาพพจน์ของอุตสาหกรรมประมงไทย ก็ควรออกกฎหมายหห้ามล่า เพราะฉลามที่ได้มาถูกส่งตรงมาจากเรือประมง ที่จับติดมาได้ และเป็นเรือประมงไทย
ที่น่าเป็นห่วงคือข้อมูลจากองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ IUCN สำรวจพบตลาดค้าฉลามในพื้นที่แถบนี้ ซึ่งมีฉลามเกือบทุกชนิด รวมทั้งบางชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ อาทิ ฉลามหัวค้อน โดย IUCN เชื่อว่า ไม่ได้ล่าจากเขตทะเลไทยก็จริง แต่เป็นเพราะมีข้อมูลว่า ในเขตทะเลไทย และทะเลเมดิเตอเรเนียน มีประชากรฉลามลดลงอย่างรวดเร็วไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยเฉพาะจากรูปแบบการทำประมงที่ใช้เครื่องมือที่ผิดกฎหมาย ซึ่งประเด็นนี้ ยังอาจส่งผลต่อการแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมายของไทย