ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงมณี เลาวกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีมุมมองต่อร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ที่ผ่านความเห็นชอบของ ครม.วานนี้ ว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปการถือครองที่ดิน ให้เกิดการใช้ประโยชน์ ได้มากขึ้น แต่การเห็นผลอาจใช้ระยะเวลานาน แต่สิ่งที่จะได้รับในทันทีหากร่าง พ.ร.บ.ภาษีนี้ถูกนำมาปรับใช้ คืองบประมาณส่วนท้องถิ่นที่จะมีเพิ่มมากขึ้น จากที่กระทรวงการคลังประเมินว่าจะมีประมาณ 6 หมื่นล้านบาท จาก 2-3 หมื่นล้านบาท นำไปสู่การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคของประชาชนให้ดีขึ้นได้ รวมถึงเกิดกลไกลการตรวจสอบภาครัฐจากประชาชน
นอกจากนี้ ยังมองว่ากาารยกเว้นภาษีที่พักอาศัยส่วนที่เกิน 50 ล้านขึ้นไป อาจสูงเกินไป เพราะฐานการซื้อของประชาชนส่วนใหญ่ อยู่ที่ 5-10 ล้าน หากจัดเก็บที่ 10 ล้านขึ้นไปน่าจะเหมาะสม เพราะคนกลุ่มนี้ย่อมมีกำลังในการซื้อและเสียภาษีเป็นทุนเดิม
โดยต่อจากนี้อาจต้องติดตามต่อว่า ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะผ่านสภานิติบัญญัติหรือ สนช. หรือไม่ และหากผ่านจริง จะผ่านในรูปแบบใด สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการถือครองที่ดิน และกระจายการใช้งานได้จริงตามที่รัฐบาลต้องการหรือไม่