นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นสมาชิกสมาคม กำลังเร่งหารือการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมให้ได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า และจะเสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. พิจารณา คาดว่าจะมีข้อสรุปทันการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียน เอนี่ไอดี หรือ ระบบชำระเงินแห่งชาติ เพื่อลดการใช้เงินสดในวันที่ 15 กรกฎาคม
โดยค่าธรรมเนียมจะปรับลดในส่วนของ ค่าธรรมเนียมธุรกรรมการเงินผ่านเอนี่ไอดีก่อน ทั้งธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นโมบายแบงก์กิ้งและอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง เช่น ค่าโอนเงิน ชำระเงิน ส่วนค่าธรรมเนียมเอทีเอ็มและอื่นๆ จะปรับลดทีหลังเนื่องจากต้นทุนและการบริหารงานของแต่ละธนาคารไม่เหมือนกัน โดยขณะนี้ยังบอกไม่ได้ว่าค่าธรรมเนียมทั้งธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลจะปรับลดอยู่ที่เท่าไร แต่จะแยกกันชัดเจน ระหว่างค่าธรรมเนียมที่แบงก์คิดกับธุรกิจ กับค่าธรรมเนียมของผู้บริโภค
จากการศึกษาของสมาคมฯ พบว่า หากประเทศไทยสามารถลดการใช้เงินสดได้ 30% ระบบธนาคารไทยจะสามารถประหยัดต้นทุนได้ถึง 1.6-1.8 แสนล้านบาท ภายในระยะเวลา 10 ปี จากการประหยัดต้นทุนการขนเงิน ขนเช็ค จัดการเงินสดต่างๆ
ทั้งนี้ แม้ว่าค่าธรรมเนียมจากการทำธุรกรรมแบบเก่า จะหายไปประมาณ 2 หมื่นล้านบาท แต่กำไรสุทธิของระบบธนาคารจะดีขึ้น 8-9 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากจะมีรายได้ใหม่ๆ จากค่าธรรมเนียมเข้ามาในอนาคต