จุดที่บันทึกภาพถ่ายทางอากาศรูปนี้ คือ บริเวณเชิงดอยสุเทพด้านหลังสนามกีฬาสมโภชน์เชียงใหม่ 700 ปี และติดกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพปุย มีลักษณะของการก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรกินพื้นที่ป่าราว 100 ไร่ คือ ภาพที่ นพ.รังสฤษฎ์ กาญนะวณิชย์ หรือ หมอหม่อง ประธานชมรมนักอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนาเชียงใหม่ โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมกับข้อความในลักษณะตั้งคำถามว่า “มีใครทราบหรือไม่ว่า หมู่บ้านที่กำลังสร้างใกล้ห้วยตึงเฒ่าแห่งนี้ เป็นของใครหรือหน่วยงานใด และรุกล้ำเขตอุทยานหรือไม่ เพราะหากเป็นบ้านพัก คงเป็นจุดที่วิวสวยมาก”
หลังจากข้อความนี้เผยแพร่ไปในโลกออนไลน์ ก็มีคนแชร์และช่วยกันหาข้อมูลที่มาโครงการบ้านจัดสรรแห่งนี้ส่งต่อกันไปมาจำนวนมาก หนึ่งในข้อมูลที่น่าสนใจคือ รูปภาพที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Somchai Mon” นำมาแสดงเป็นภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณ ซึ่งอ้างว่าบันทึกไว้เมื่อปี 2558 แสดงให้พื้นป่าสีเขียวทึบ สอดคล้องกับภาพถ่ายด้านล่างในเวลาเดียวกันคือ ก่อนหมู่บ้านนี้ก่อสร้างก็มีต้นไม้ทอดยาวเป็นแนวป่า แต่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับภาพถ่ายในจุดเดียวกันเวลานี้ ที่กลายเป็นพื้นที่โล่ง ต้นไม้ถูกแทนที่ด้วยเหล็กเส้นเตรียมหล่อเสาสร้างบ้าน
ไม่เพียงความเปลี่ยนแปลงของสภาพพื้นที่ ผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนหนึ่ง ยังนำหลักฐานแสดงสถานะของพื้นที่บริเวณนี้ว่าน่าจะเป็นที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ ที่หน่วยงานรัฐขอใช้ และหากเป็นเช่นนั้น ก็มีคำถามสำคัญว่านโยบายทวงคืนผืนป่า ถูกบังคับใช้ด้วยมาตรฐานเดียวกันหรือไม่
ล่าสุดนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ออกมาแถลงข่าวเมื่อเวลา 15.00 น.ที่ผ่านมา โดยยอมรับว่าพื้นที่ก่อสร้างที่ส่งต่อกันในโลกออนไลน์ คือ อาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 และที่พักของข้าราชการตุลาการและศาลยุติธรรม จ.เชียงใหม่ โดยที่ตั้งของโครงการได้ขอใช้ที่ราชพัสดุในความดูแลของมณฑลทหารบกที่ 33 อย่างถูกต้อง ซึ่งหลังจากชี้แจงแล้ว หากยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะที่ทำให้เกิดความเสียหายอยู่ในโลกออนไลน์ ก็อาจจะพิจารณาเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
สำหรับโครงการนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เปิดเผยว่า เกิดขึ้นเพราะต้องการขยายที่ทำการและบ้านพักข้าราชการตุลาการและศาลยุติธรรม เนื่องจากนับตั้งแต่ย้ายที่ทำการจากกรุงเทพฯมาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2548 สถานที่เดิมมีความคับแคบ นอกจากบ้านพักจะไม่เพียงพอ ประชาชนที่เดินทางมาติดต่องานราชการก็ไม่ได้รับความสะดวกอีกด้วย