ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณป้ายรถเมล์แห่งหนึ่งแสดงให้เห็นพฤติกรรมคนร้าย 2คนขับรถจักรยานยนต์กระชากโทรศัพท์มือถือไปอย่างรวดเร็ว โดยเหยื่อไม่ทันระวังตัว เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง เทียบจากสถิติการแจ้งเหตุอาชญากรรม ในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาล
หนึ่งจุดเสี่ยงคือบริเวณวิภาวดีรังสิตซอย2 ที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้นับครั้งไม่ถ้วน จนชาวบ้านหาวิธีป้องกันเตือนภัย ด้วยตนเอง โดยการทำป้ายเตือน ติดทั่วซอย โดยข้อความระบุว่า ให้ระมัดระวังทรัพย์สิน ผู้เคยเห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตลอดสิบปีที่อาศัยอยู่ในซอยนี้ ได้ยินเรื่องคนโดนวิ่งราวทรัพย์ เห็นคนร้ายกระชากกระเป๋า คนในซอยไปต่อหน้า
ทีมข่าวพีพีทีวี ลงพื้นที่ตรวจสอบซอยจุดเสี่ยง พบว่าช่วงกลางวันจะมีคนเดินค่อนข้างพลุกพล่านเพราะมีมหาวิทยาลัยอยู่ถึง 2 แห่ง รวมถึงหอพักและร้านค้ามากมาย แต่ระยะทางในซอยค่อนข้างลึก และในช่วงกลางคืนมีไฟให้แสงสว่างค่อนข้างน้อย และมีเส้นทางในการเข้า-ออก ได้หลายเส้นทาง และมักเกิดเหตุอาชญากรรมอยู่บ่อยครั้ง
ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบพื้นที่ ยืนยันว่าได้ส่งตำรวจสายตรวจคอยตระเวนดูแลความปลอดภัย แต่ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง เพราะ 1 เดือน มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความถูกชิงทรัพย์ และวิ่งราวทรัพย์ถึง 13 คดี และจนถึงขณะนี้จับคนร้ายได้เพียง 4 คดีเท่านั้น โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมในซอย ที่ยังขาดไฟส่องสว่างและกล้องวงจรปิด ที่มีไม่เพียงพอ
สอดคล้องกับข้อมูลคดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุสถิติการแจ้งความคดีชิงทรัพย์ทั้งหมดย้อนหลังไป 6 เดือน มีการจับกุมได้ไม่ถึงครึ่งของคดีทั้งหมด และเฉพาะในเดือนพฤษภาคมเดือนเดียวมีผู้เข้าแจ้งความในคดีประทุษร้ายต่อทรัพทย์ถึง 637 คดี จับได้ 172 คดี เท่านั้น ในส่วนคดีวิ่งราวทรัพย์เกิดขึ้น 20 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา ได้เพียง 4 คดี
ฮานีฟ สาแลมิง ถ่ายภาพ
ณฤดี จินตวิโรจน์ รายงาน