นางเคอิโกะ ฟูจิโมริ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อดำรงประธานาธิบดีเปรูจากพรรคพลังประชานิยม แถลงเมื่อวันศุกร์ ยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งรอบชี้ขาดต่อคู่แข่ง คือนายเปโดร ปาโบล คุกซินกี้ อดีตนายกรัฐมนตรีและนักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก จากพรรคประชาชนเปรูเพื่อการเปลี่ยนแปลง โดยเธออวยพรให้นายคุกซินสกี้ โชคดี พร้อมทั้งยืนยันว่าเธอจะทำหน้าที่ผู้นำพรรคฝ่ายค้านในสภาให้ดีที่สุด
อย่างไรก็ตาม เธอกล่าวโจมตีคุกซินกี้ อดีตนายกรัฐมนตรีและนักเศรษฐศาสตร์ ว่าใช้ความเกลียดชังเป็นเครื่องมือจนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ และผลการนับคะแนนรอบตัดสินนี้ยังน่าสับสน
สำหรับ ฟูจิโมริ วัย 41 ปี บุตรสาวของอดีตประธานาธิบดีอัลแบร์โต ฟูจิโมริ เป็นตัวเก็งมาตั้งแต่การเลือกตั้งรอบแรกเมื่อเดือนเม.ย. แต่ผลการเลือกตั้งรอบตัดสินเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ซึ่งกรรมการการเลือกตั้งประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ปรากฏว่าฟูจิโมริพลิกล็อกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ด้วยคะแนนที่สูสีอย่างมาก คือร้อยละ 49.88 ต่อ 50.12
ขณะที่ นาย คุกซินกี้ เปิดเผย ในการให้สัมภาษณ์ให้กับสื่อมวลชน ว่า อาจจะเสนอกฎหมายที่เปิดทางให้นักโทษในเรือนจำที่มีอายุมากสามารถรับโทษที่เหลือดัวยการถูกกักบริเวณในบ้าน ซึ่งรวมถึง นาย อัลแบร์โต ฟูจิโมริ บิดาของ นาง เคอิโกะ ฟูจิโมริ ที่ถูกตัดสินจำคุกจากคดีอยู่เบื้องหลังการอุ้มฆ่าฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง