ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ แถลงโจมตีนโยบายห้ามมุสลิมเดินทางเข้าประเทศ ของโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ในนามพรรครีพับลิกัน พร้อมระบุว่า การเลือกปฏิบัติต่อชาวอเมริกัน เชื้อสายมุสลิม จะทำให้ประเทศปลอดภัยน้อยลง และจะยิ่งเพิ่มความแตกแยกระหว่างโลกตะวันตกและโลกมุสลิมมากขึ้น
ท่าทีดังกล่าวของผู้นำสหรัฐ มีขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ออกมาสร้างความชอบธรรมให้กับนโยบายห้ามชาวมุสลิมเดินทางเข้าประเทศของตนเอง หลังเกิดเหตุกราดยิง 49 ศพ ที่ไนท์คลับในเมืองออร์แลนโด อีกทั้งยังเสนอห้ามพลเมืองจากประเทศที่มีประวัติการก่อการร้ายเข้าสหรัฐเพิ่มอีกด้วย
ส่วนความคืบหน้าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ล่าสุด มีรายงานว่านางฮิลลารี คลินตัน สามารถคว้าชัยชนะในศึกเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารีที่เขตโคลอมเบีย ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งเป็นสนามเลือกตั้งขั้นต้นที่สุดท้าย ก่อนจะมีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตัวแทนพรรคในเดือน ก.ค. นี้ ขณะที่ตัวเต็งสำคัญของพรรคเดโมแครต อย่างนางฮิลลารี คลินตัน และนายเบอร์นี แซนเดอร์ส มีกำหนดจะเข้าหารือกันแบบตัวต่อตัวในวันนี้ ซึ่งนายแซนเดอร์สก็ประกาศชัดเจนก่อนเดินทางไปพบกับนางคลินตันว่า จะสู้ต่อไปจนถึงการประชุมใหญ่ของพรรค และจะยังไม่ให้การสนับสนุนนางคลินตัน
ขณะเดียวกัน มีรายงานจากเจ้าหน้าที่สหรัฐว่า แฮ็กเกอร์ของรัฐบาลรัสเซียได้เจาะระบบข้อมูลของพรรคเดโมแครต เพื่อขโมยข้อมูลเกี่ยวกับคู่แข่งคนสำคัญของพรรคอย่าง นาย โดนัลด์ ทรัมป์ ไป อย่างไรก็ตาม รัสเซียออกมาปฏิเสธแล้วว่าไม่ได้เกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการเจาะระบบดังกล่าว