“ 3 นัยยะ+1 ” นางออง ซาน ซูจี เยือนไทย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นางออง ซาน ซูจี จะเดินทางมาเยือนไทยระหว่างวันที่ 23-25 มิถุนายนนี้ ในฐานะที่ปรึกษาแห่ง (State Counsellor) มีนัยยะสำคัญต่อสัมพันธ์ไทย-เมียนมาร์และประชาคมอาเซียน

1.สันติภาพและปรองดองแห่งชาติในเมียนมาร์ นางซูจีตัดสินใจมาเยือนไทยเป็นประเทศที่สอง หลังเยือนประเทศลาว แสดงถึงแนวความคิดนโยบายต่างประเทศเมียนมาร์ต่อประเทศเพื่อนบ้านของรัฐบาลนำโดยพรรคเอ็นแอลดี (National League for Democracy) ชายแดนไทย-เมียนมาร์ยาวถึง 2,401  กิโลเมตร ยังไม่ได้มีการปักหลักเขตแดนที่ชัดเจน ในอดีตชายแดนนี้มีปัญหาสร้างความคลางแคลงใจทั้งสองฝ่าย ฝ่ายทหารเมียนมาร์เชื่อว่าไทยสนับสนุนชนกลุ่มน้อยติดอาวุธตามชายแดน เช่น กลุ่มกะเหรี่ยง มอญ และไทยใหญ่ เนื่องจากสัมพันธ์ทวิภาคีไม่เคยเป็นปกติความเชื่อมั่นของ 2 ประเทศไม่มี ตั้งแต่ปี 1962 เป็นต้นมา หลังนายพลเนวินปฏิวัติ ครั้งนี้ซูจีเยือนไทยถือว่าแสดงความมั่นใจว่าไทยไม่ได้สนับสนุนชนกลุ่มน้อยติดอาวุธอย่างที่คิดกัน 3 ปีที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ไทยได้ช่วยประสานงานและอำนวยความสะดวกให้กลุ่มขัดแย้งต่างๆ ในเมียนมาร์ที่ต้องการเดินทางผ่านไทยเพื่อประชุมสันติภาพจนเป็นที่ไว้วางใจของทุกฝ่าย  ในที่สุดไทยได้รับเชิญให้เป็นสักขีพยานในพิธีเซ็นข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศตุลาคมปีที่แล้ว

2.อนาคตแรงงานเมียนมาร์ในไทย ปัจจุบันมีแรงงานเมียนมาร์ในไทยมากกว่า 5 ล้านคน ประมาณ 2 ล้านคนได้จดทะเบียนกับทางกระทรวงแรงงาน กลุ่มนี้ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายแรงงานไทย ฝ่ายเมียนมาร์มีความรู้สึกดีต่อรัฐบาลชุดนี้ที่ได้พยายามอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงสภาพสิ่งแวดล้อมการทำงาน รวมทั้งสิทธิแรงงานเมียนมาร์ในไทยให้ดีขึ้น ซูจี เคยติรัฐบาลไทยอย่างแรงช่วงมาเยือนท่าเรือมหาชัยในเดือนพฤศจิกายน ปี 2012 เรียกร้องให้พวกเขาต่อสู่เพื่อสิทธิแรงงาน การกลับมาไทยครั้งนี้ เธอมีทัศนคติใหม่และดีขึ้น มีการชื่นชมการกระทำของรัฐบาลไทยที่ผ่านมา ระหว่างเยือนนางซูจีจะเดินทางไปราชบุรี ซึ่งเป็นแหล่งพำนักใหญ่ของคนเมียนมาร์ในไทย ซูจีอยากเห็นการดูแลแรงงานเมียนมาร์ต่อไป รวมทั้งการพัฒนาฝีมือแรงงานให้ดีขึ้น ในขณะนี้เศรษฐกิจเมียนมาร์กำลังพัฒนา และยังไม่สามารถรองรับการกลับมาของแรงงานเมียนมาร์เป็นจำนวนมากได้ ซูจีเคยบอกว่าเรื่องอนาคตแรงงานเป็นภาระร่วมกันรัฐบาลทั้งสองฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไขและดูแล

3.ส่งเสริมประชาคมอาเซียน ไทยและเมียนมาร์เป็นประเทศพุทธศาสนาหลักในอาเซียน มีประชาชนรวมกันมากกว่า 112 ล้านคน ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา 2 ประเทศจะร่วมมือกันเป็นครั้งแรกในการพัฒนสัมพันธ์ทวิภาคีและเสริมสร้างความเป็นบูรณาการของประชาคมอาเซียน ไทยมีความประสงค์ที่จะช่วยเมียนมาร์เพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะทางด้านการเชื่อมโยง เขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองทวาย ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของอีส-เวสคอร์ริดอร์ (East-West Corridor)

ประเด็นสุดท้ายคือภาพลักษณ์ไทยในเวทีโลก ซูจีมาไทยครั้งนี้ทำให้ภาพลักษณ์ไทยดีขึ้นมาก นางซูจีมีฐานะเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย (Goddess of Democracy) ในประเทศกำลังพัฒนา เธอตัดสินใจมาไทยครั้งนี้เท่ากับว่า เธอไม่ยึดเหนี่ยวกับประเด็นการยึดอำนาจตามความคิดในประเทศตะวันตก เมียนมาร์เคยมีกลุ่มทหารยึดอำนาจมาก่อน ซูจีย่อมเข้าใจดีและสามารถรู้ถึงความแตกต่างระหว่างการปกครองในช่วงรัฐบาลทหารของสองประเทศ

 

กวี จงกิจถาวร 

สื่อมวลชนอาวุโส

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ