สพธอ.แจงกรณี “Ensogo” ปิดเว็บไซต์ ผู้บริโภค-ร้านค้าทำอะไรได้บ้าง?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จากกรณีเว็บไซต์ขายดีลชื่อดัง Ensogo (เอ็นโซโก้) ปิดตัวทั่วอาเซียน รวมถึงเว็บไซต์ ensogo.co.th ในประเทศไทยด้วย ทำให้ผู้ใช้บริการซื้อสินค้าทางเว็บไซต์และร้านค้าต่างตั้งคำถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นผู้ได้รับผลกระทบสามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง?

วันนี้ (22 มิ.ย.59) นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. ซึ่งมีบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ และขับเคลื่อนการทำธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการและผู้บริโภคผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวถึงกรณีการปิดตัวของ เอ็นโซโก้ ว่า ขอเรียนชี้แจงให้ทราบถึงประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องและแนวทางดำเนินการทางกฎหมายของกรณี Ensogo ปิดเว็บไซต์ ดังนี้

1.​รูปแบบการซื้อขาย Deal ผ่านเว็บไซต์ Ensogo

ในการประกาศขายสินค้าหรือบริการ (Deal) ผ่านเว็บไซต์หรือช่องทางของ Ensogo นั้น Ensogo ทำหน้าที่เป็นเพียงสื่อกลางหรือตัวแทนในการโฆษณาสินค้าและบริการเท่านั้น ดังนั้น ธุรกรรมที่เกิดขึ้นผ่านช่องทางของ Ensogo จึงถือว่าเป็นธุรกรรมระหว่างเจ้าของสินค้า/บริการกับผู้บริโภคโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ปรากฎว่า เจ้าของสินค้า/บริการบางรายที่ลงโฆษณาผ่านช่องทางของ Ensogo จะออกมาปฏิเสธการใช้คูปองของ Ensogo ภายหลังจากที่ Ensogo ปิดตัวลง โดยอ้างเหตุว่า เจ้าของสินค้า/บริการไม่สามารถเข้าระบบ Merchant ของ Ensogo ได้ หรือเจ้าของสินค้า/บริการไม่อาจเรียกเก็บเงินจาก Ensogo ในภายหลังได้ สพธอ. ขอเรียนว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นกรณีที่เจ้าของสินค้า/บริการจะต้องไปเรียกเก็บเงินจาก Ensogo เองโดยตรง โดยไม่สามารถอ้างเหตุการปิดตัวของ Ensogo เพื่อไม่ให้บริการหรือส่งมอบสินค้าแก่ผู้บริโภคได้ เพราะธุรกรรมระหว่างเจ้าของสินค้า/บริการและผู้บริโภคถือว่าเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว

ดังนั้น ในส่วนของเงิน Ensogo cash ที่ประชาชนซื้อโดยตรงจาก Ensogo ประชาชนย่อมมีสิทธิตามกฎหมายในการฟ้องร้องเรียกเงินคืนจาก Ensogo ได้โดยตรง

 

2.​แนวทางในการดำเนินการ

2.1​เจ้าของสินค้า / บริการ

ดังที่ได้เรียนให้ทราบข้างต้นว่า ธุรกรรมที่ทำผ่านเว็บไซต์ Ensogo เกิดขึ้นจากการที่เจ้าของสินค้า/บริการลงโฆษณาผ่านทางช่องทางของ Ensogo ดังนั้น จึงถือว่า Deal ที่เกิดขึ้นเป็นธุรกรรมระหว่างเจ้าของสินค้า/บริการและผู้บริโภคโดยตรงตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเจ้าของสินค้า/บริการไม่สามารถปฏิเสธการใช้คูปองหรือให้บริการแก่ผู้บริโภคที่ซื้อ Deal นั้นๆ ได้

อย่างไรก็ตาม เจ้าของสินค้า/บริการควรจะต้องยื่นหนังสือหรือดำเนินการทางกฎหมายที่จำเป็นต่อ Ensogo เพื่อเรียกเงินค่าสินค้าหรือบริการที่ผู้บริโภคได้ชำระผ่านช่องทางของ Ensogo โดยเร็วที่สุด

 

2.2 ​ผู้บริโภค

ผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายในการใช้คูปองหรือ Deal ที่ตนเองซื้อมาผ่านช่องทางของ Ensogo ตามโฆษณาที่ประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของ Ensogo

ทั้งนี้ หากเจ้าของสินค้า/บริการรายใดปฏิเสธการให้สินค้าหรือบริการ ผู้บริโภคสามารถร้องเรียนเรื่องดังกล่าวไปยังเบอร์ 1212 ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการดูแลเรื่องนี้ หรือสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค โทร 1166

แต่อย่างไรก็ตาม หากผู้บริโภคไม่ประสงค์ที่จะรับสินค้า/บริการจากเจ้าของสินค้า/บริการอีกต่อไป ผู้บริโภคย่อมมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค (ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจบัตรเครดิตเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2556 ในการขอยกเลิกการซื้อสินค้าหรือขอรับบริการภายใน 45 วันนับแต่วันที่ที่ซื้อหรือขอรับบริการ หรือภายใน 30 วันนับแต่วันถึงกำหนดการส่งมอบหรือบริการ

ถ้าผู้บริโภคพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้รับสินค้าหรือไม่ได้รับบริการ ในกรณีดังกล่าว ขอให้ผู้บริโภคแจ้งเรื่องไปยังธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตเพื่อขอให้ระงับการจ่ายเงินไปยัง Ensogo

ทั้งนี้ ในส่วนของสินค้าหรือบริการ รวมถึง Ensogo Cash ที่เป็นบริการโดยตรงของ Ensogo ขอให้ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายสามารถประสานงานได้ทั้ง 2 ช่องทาง คือ 1212 ที่สพธอ.ซึ่งจะมีการประสานการทำงานร่วมกับกับสคบ. เพื่อให้ Ensogo เยียวยาความเสียหายดังกล่าวต่อไป

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ