วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของวงการโทรทัศน์ไทย ที่เข้าสู่ปีที่ 61 ตลอดที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่การปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่คือการเปลี่ยนจากระบบอนาล็อกเป็นระบบดิจิทัลทีวี แม้การเปลี่ยนผ่านนี้ยังไม่สมบูรณ์ พบหลายปัญหา แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะทำให้ลดการผูกขาดและเกิดการแข่งขันในวงการโทรทัศน์อย่างแท้จริง
การเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อก ที่มีเพียง 6 ช่องหลัก เป็นระบบดิจิทัลทีวีที่ขณะนี้เหลือ 22 ช่อง พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการลดการผูกขาด และสร้างการแข่งขันอย่างสมบูรณ์ในวงการโทรทัศน์ หลังที่ผ่านมาฐานการรับชมโทรทัศน์ถึงร้อยละ 80 อยู่กับเพียงช่องใหญ่ 2 ช่องเท่านั้น แม้ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาของการเริ่มเปลี่ยนผ่าน จะยังเกิดปัญหาในหลายภาคส่วน แต่ประธาน กสท. ขอให้ประชาชนและผู้ประกอบการใจเย็น โดยกล่าวว่าประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีการเปลี่ยนผ่านเร็วที่สุดเมื่อเที่ยบกับประเทศอื่น
ที่ผ่านมาปัญหาส่วนใหญ่ของการเปลี่ยนผ่านคือ ภาครับสัญญาณ ที่ประชาชนอาจไม่ทราบถึงวิธีการการติดตั้งกล่องรับสัญญาณดิจิทัลทีวี รวมถึงการใช้งานคูปองที่ส่วนใหญ่หมดอายุแล้ว ทำให้แผนการเปลี่ยนผ่านการเข้าสู่ปีที่ 3 นี้ จะมีการขยายโครงข่ายให้ครบร้อยละ 90 เตรียมแผนแจกคูปองเพิ่มให้ครบ 22.9 ล้านใบ รวมถึงเร่งเพิ่มการประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้น
ส่วนความคืบหน้าการติดตามการชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตงวดที่ 3 ของ 5 ช่องดิจิทัลทีวียังไม่ชำระหลังครบกำหนด โดยอ้างรอคำสั่งศาลขอเลื่อนชำระเพราะได้รับผลกระทบจากการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฏหมายของ กสทช. โดยประธาน กสท. กล่าวว่าอยู่ในขึ้นตอนของการติดตาม