ตัวอย่างเนื้อหาในบทบัญญัติของร่างพระราชบัญญัติการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ หากเห็นว่าข้อความนั้น ๆ ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยไม่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระหรือองค์กรตุลาการ รวมทั้งไม่มีการกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ในการฟ้องร้อง และเยียวยาความเสียหายให้แก่บุคคล เป็นหนึ่งเนื้อหาสำคัญที่ถูกยกมาหารือแลกเปลี่ยนความเห็นในวงประชุมของอนุกรรมการด้านเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย และกฎเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ซึ่งหลายฝ่ายระบุว่า อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิ เสรีภาพของประชาชน
เช่นเดียวกับบทบัญญัติในร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะข้อความในบทบัญญัติที่ว่า ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือ การให้สิทธิเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบของหน่วยงานเอกชน หรือ ตุลาการ ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ต้องตีความอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เป็นการจำกัดสิทธิการแสดงออกของประชาชน
นายสุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย กรรมการสิทธิมนุษยชน ระบุหลังการหารือในการประชุมคณะอนุกรรมการด้านเสนอแนะนโยบาย และข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายและกฎ เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่า เนื้อหาในกฎหมายเหล่านี้ยังที่ไม่มีความชัดเจน
ภายหลังการประชุมระหว่างตัวแทนจากหลายภาคส่วนแล้ว ความเห็นและข้อเสนอแนะในร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จะถูกรวบรวมเพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณาปรับปรุงเนื้อหาให้เกิดการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และรอบด้าน