นาวาอากาศตรี นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศปส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากข้อมูลการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด ของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ พบว่าในปี 2559 ปัญหายาเสพติดยังคงอยู่ระดับรุนแรง ผลสำรวจคาดว่าขณะนี้ทั่วประเทศมีผู้เสพยาสูงถึงประมาณ 2.7 ล้านคน โดยในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา มีผู้ที่เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามนโยบาย การบำบัดรวมทั้ง 3 ระบบ คือระบบสมัครใน ระบบบังคับบำบัด และระบบต้องโทษ รวม 84,326 คน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 220,000 คน แนวทางดำเนินการหลังจากนี้จึงต้องเร่งระดมการคัดกรอง ค้นหาในชุมชนและหมู่บ้านต่างๆ อย่างเข้มข้น
ผู้อำนวยการ ศปส. กล่าวว่า ในระยะหลังสถานการณ์ของยาเสพติดมีความสลับซับซ้อนกว่าอดีต เด็กกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายในวงจรค้ายาเสพติด โดยได้รับรายงานว่ามีการใช้เด็กเล็กอายุ 7 ขวบ ส่งยาเสพติดหรือที่เรียกว่าเดินยา และมีการขายแบบโปรโมชั่น ซื้อ1 แถมเพิ่มอีก 1 ชนิด ส่งผลให้จำนวนผู้เสพขยายวงเพิ่มขึ้น ส่วนข้อมูลด้านผู้เสพมีหลายประเด็นที่น่าสนใจ ประการแรกคืออายุผู้เสพติดยาที่เข้ารับการบำบัดพบน้อยสุดเพียง 11ขวบ มี 5 คน อยู่ใน กรุงเทพมหานคร ร้อยเอ็ด อุดรธานี เชียงราย และแพร่ ขณะที่กลุ่มผู้เข้ารับการบำบัดส่วนใหญ่ ร้อยละ 59 อายุ 15-29 ปี มากที่สุดในกลุ่มอายุ 15-19 ปี ซึ่งอยู่ในวัยเรียนมัธยมศึกษา และพบว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นจากเดิม ร้อยละ 19 ในปี 2558 เพิ่มเป็นร้อยละ 21 ส่วนกลุ่มวัยอื่นมีแนวโน้มลดลง ประการที่สองคือแม้ว่ายาบ้ายังเป็นตัวยาที่ใช้มากอันดับหนึ่ง แต่แนวโน้มลดลงจาก ร้อยละ68 ในปี 2557 เป็นร้อยละ 59 ในปีนี้ รองลงมาคือกัญชาใช้ ร้อยละ 23 ซึ่งถือเป็นยอดเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่ใช้เพียง ร้อยละ 10 ขณะเดียวกันเฮโรอีนก็เพิ่มขึ้นจากเดิม ร้อยละ 0.6 เป็น ร้อยละ 3
“ข้อมูลในระยะหลังๆ ที่สถาบันธัญญารักษ์รายงานมีการใช้ยาเสพติด 2 ชนิดผสมกัน หรือเรียกว่าค็อกเทล เช่นยาบ้ากับกัญชา พบร้อยละ 4 เพิ่มขึ้น 4 เท่าตัว จากปี 2554 ที่ใช้ ร้อยละ 0.05 และการใช้ยาเสพติด 2 ตัวสลับกัน ก็เพิ่มขึ้นเช่นกันจาก ร้อยละ 62 ในปี 2554 เป็นร้อยละ 69 ในปี 2558 ทำให้การบำบัดมีความยุ่งยากขึ้น”
ขอบคุณภาพจาก: https://th.wikipedia.org/wiki