พบที่มาเนื้อหา “แท็บเล็ต” ศธ.คลาดเคลื่อน ใช้สถาบันอุดมศึกษารับจ้างผลิต

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นับตั้งแต่ความผิดพลาดเรื่องนี้ปรากฎชัด หลายคนอาจพุ่งเป้าไปที่สพฐ.และกระทรวงศึกษาธิการในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบ แต่หากกลับไปดูรายละเอียดของขั้นตอนการจัดทำเนื้อหาบรรจุลง “แท็บเล็ต” ในช่วงนั้น ก็อาจจะเข้าใจข้อจำกัดและเห็นข้อบกพร่องในเชิงระบบบางประการ

สำนักงานเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน (สทร.) เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบจัดทำเนื้อหาบรรจุลงแท็บเล็ต ภายในโครงการแท็บเล็ตเพื่อศึกษาที่เป็นโครงการเร่งด่วนเมื่อปี 2555 โดยวิธีการที่ใช้ คือ การประกาศหาผู้รับจ้างมาผลิตเนื้อหา และได้ตั้งคณะกรรมการมาเขียน TOR มีข้อกำหนดสำคัญว่า หน่วยงานที่จะมารับผลิตเนื้อหาต้องเป็นสถาบันทางวิชาการ จากนั้นก็ได้กระบวนการคัดเลือกจนได้ 4 หน่วยงานมารับผิดชอบผลิตเนื้อหา รวม 2,538 เรื่อง ประกอบด้วย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ สสวท. โดยระหว่างที่หน่วยงานเหล่านี้รับเนื้อหาไปผลิต ทาง สทร. ก็ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบมาทำงานคู่ขนานและสั่งปรับแก้ไขเนื้อหาทุกเรื่องหลายครั้ง และยังมีการตั้งคณะกรรมการตรวจรับ มาตรวจสอบขั้นตอนสุดท้ายอีกครั้งก่อนงานเสร็จด้วย

ส่วนเนื้อหาสัตว์ป่าสงวนที่กำลังเป็นปมปัญหาอยู่ เป็นส่วนงานมอบให้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล.ไปผลิต ซึ่งตามสัญญาจ้างจะรับผิดชอบทั้งในส่วนของเนื้อหาและเทคนิคผลิตซอฟต์แวร์

นายสมเกียรติ สรรคพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน (สทร.) ในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยอมรับว่า แม้ในเวลานั้นจะมีคณะกรรมการตรวจสอบทำงานคู่ขนาน แต่ด้วยเนื้อหาที่มีจำนวนมาก และระยะเวลาที่เร่งรัด ประกอบกับคนทำงานที่มีจำกัด ก็ทำให้การตรวจทานอาจไม่ละเอียด และอีกส่วนหนึ่ง ก็เชื่อมั่น หน่วยงานที่รับผลิตซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นสถานบันทางวิชาการน่าจะมีการตรวจสอบมาแล้วรอบหนึ่ง อย่างไรก็ตามได้ประสานงานกับทางสจล.แล้ว ซึ่งสจล.ก็ยินดีช่วยแก้ไข แม้สัญญาจ้างจะสิ้นสุดลงแล้ว

นอกจากเนื้อหาในแท็บเล็ต กลุ่มนักอนุรักษ์ยังพบเรื่องร้องเรียนความผิดพลาดทั้งในหนังสือเรียนและรูปปั้นที่พยายามจัดทำเป็นสัญลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อสร้างจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวด้วย จึงมีความกังวลว่า หากไม่เร่งทักท้วงเพื่อให้เกิดความใส่ใจในระบบราชการมากกว่าที่เป็นอยู่ จะสร้างเป็นการสร้างความเข้าใจผิดในระยะยาว

ลักษณะลำตัวยาวสีชมพู ปรากฏเป็นภาพประกอบในหนังสือวรรณคดีวิจักษ์หน้า 51 ที่น่าสังเกตคือรูปเดียวกันนี้กลับมีคำอธิบายใต้ภาพแตกต่างกัน รูปหนึ่งระบุว่า เป็นปลาชะวาด ส่วนอีกรูปบอกเป็นปลาเนื้ออ่อน

ภาพประกอบหนังสือหน้านี้ ยังผิดอีกอย่างน้อย 2 จุด คือ ภาพที่ระบุว่าเป็นปลาน้ำเงิน แต่ความจริงปลาชนิดนี้ คือ ปลาแดง หรือ ปลาเนื้ออ่อน และอีกจุดคือ ปลาเสือ แต่ภาพที่นำมาใช้ คือ ปลาเสืออินโด

วรรณคดีวิจักษ์เป็นหนังสือเรียนวิชาภาษาไทยของชั้น ม.6 เด็กคนนี้เป็นคนหนึ่งที่เคยสังเกตเห็นและแปลกใจกับรูปปลาที่ซ้ำกัน เช่นเดียวกับเด็กเรียนอีกจำนวนหนึ่งที่ส่งหนังสือฉบับนี้มาให้นักอนุรักษ์ช่วยตรวจสอบ

ไม่เพียงแบบเรียนของกระทรวงศึกษาฯ รูปปั้นแกะสลักจำลองที่อยู่บริเวณหาดพะยูน จังหวัดระยอง ก็ยังถูกทักท้วงว่า ไม่ถูกต้อง เพราะครอบครัวพะยูนฝูงนี้ กลับไปมีลักษณะเหมือนกัน Manatee ซึ่งหางมีความโค้งมนและหน้าทู่ แตกต่างกับพะยูนในประเทศไทยที่มีชื่อสามัญว่า Dugong จะมีลักษณะหางแหลมเป็นสามเหลี่ยม และหน้าที่แหลมกว่า แม้จะมีความผิดเพี้ยนจริงตามที่นักอนุรักษ์โต้แย้ง แต่นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านฉาง ชี้แจงว่า ไม่น่าถึงขั้นเสียหาย เพราะนี่คือรูปปั้นที่ช่างทำจากจินตนาการ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของท้องถิ่นเท่านั้น

นอกจากข้อกังวลว่า ความผิดพลาดในการตีพิมพ์รูปสัตว์สำคัญในแบบเรียนของกระทรวงศึกษาฯจะสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของคนคนหนึ่งไปตลอดชีวิต ยังมีข้อมูลในแบบเรียนอีกหลายเรื่องที่พบความผิดลักษณะเดียวกัน ซึ่งเวลานี้ก็กำลังมีกลุ่มคนพยายามรวบรวมเพื่อเสนอให้แก้ไข

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ