สิ่งที่ทำให้ปางสีดา มีเสน่ห์ดึงดูดใจนักดูผีเสื้อและนักท่องเที่ยว ก็คือการพบเห็นผีเสื้อได้ง่าย โดยจะพบว่าบินอยู่กระจายทั่วทั้งอุทยาน ทั้งทุ่งหญ้า ลานหิน ดินโป่ง ทรายชื้นริมลำธาร และตามชายป่า จากข้อมูลของสมาคมรักษ์ปางสีดา ระบุว่า ที่นี่สามารถพบผีเสื้อกลางวันได้ถึงประมาณ 500 สายพันธุ์เลยทีเดียว
โดยปกติแล้วที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา เราจะพบผีเสื้อตั้งแต่เดือน พ.ค. – มิ.ย. เป็นต้นไป หากฝนมาเร็ว ผีเสื้อก็จะมาเร็วตามไปด้วย และยาวไปจนถึงเดือน ส.ค. แต่ไม่ใช่ว่า เดือนส.ค. แล้วผีเสื้อจะหมดไป แต่ผีเสื้อจะเริ่มกระจายไปเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าผีเสื้อในปีนี้จะมาช้ากว่าปกติ จากวิกฤตภัยแล้ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผีเสื้อมีจำนวนน้อยลงแต่อย่างใด แต่กลับมีจำนวนของผีเสื้อมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านๆมา
“ธีระ แสงสุรเดช” นายกสมาคมรักษ์ปางสีดา บอกกับทีมนิวมีเดีย พีพีทีวี ว่า ปีนี้ถือว่าผีเสื้อเยอะมาก และจะออกมารวบกัน ออกมารวบกันในที่นี้ คือปีก่อนๆ จะออกแต่ละวงศ์ ค่อยๆมาทีละสี แต่ปีนี้ผลพวงจากภัยแล้งทำให้เอาตัวรอดเพื่อให้มีชีวิตอยู่ โดยการออกไข่ วางไข่เยอะ หนอนเยอะ เราก็จะเห็นผีเสื้อเยอะตามมา และมาแบบคละสี พร้อมๆกัน จากนั้นจึงตามมาด้วยผีเสื้อป่า ขณะที่ผีเสื้อสวยงาม จำพวกผีเสื้อป่า ต้องรอฝนอีกหน่อย ในปีนี้เป็นเพียงแค่ต้นเทศกาลเท่านั้นในการดูผีเสื้อ ในช่วงปลายร้อนต้นฝนก็จะมีกลุ่มผีเสื้อที่ลงมากินโป่ง เป็นผีเสื้อพวกวงศ์หนอนกะหล่ำ สีเหลือง-ขาว ผีเสื้อวงศ์หางติ่ง และวงศ์ขาหน้าพู่
ในช่วงแรกๆ ผีเสื้อมักจะกระจุกอยู่ตามโป่ง พอมีความชุ่มชื้นเยอะ ก็จะเริ่มกระจายไปอยู่ตามป่า การจะดูผีเสื้อ หากคนอยากที่จะดูความอลังการของฝูงผีเสื้อ ก็ต้องมาดูในช่วงต้นเทศกาลการดูกิจกรรมการดูผีเสื้อ แต่พอฝนลงเยอะๆ จะเป็นสวรรค์ของนักดูผีเสื้อ ที่จะเห็นผีเสื้อตามต้นไม้ ใบหญ้า ดอกไม้เยอะมาก
สำหรับจุดที่สามารถดูผีเสื้อ ได้จุดแรกที่เราจะพบคือ ลานจอดรถบริเวณน้ำตกปางสีดา ซึ่งเป็นทั้งจุดจอดรถและจุดที่มีผีเสื้อให้ได้ชม จะมีการทำโป่งเทียมเพื่อให้ผีเสื้อออกมาอวดโฉมกันที่จุดนี้ด้วย แต่อาจจะไม่มากสำหรับคนที่อยากจะเก็บภาพแบบอลังการของผีเสื้อจำนวนมาก
ส่วนจุดที่สอง คือบริเวณโป่งด่านสอง หรือ ที่เรียกกันว่า โป่งรับแขก เป็นอีกหนึ่งจุดที่มีผีเสื้อจำนวนมาก ให้ยลโฉมและหยิบกล้องออกมาถ่ายรูปเพื่อบันทึกความทรงจำ หากใครที่ไม่ต้องการเดินทางไปยัง "ลานหินดาษ" ก็สามารถถ่ายรูปผีเสื้อได้ที่จุดนี้ โดยจะมีผีเสื้อหลากหลายสายพันธุ์ให้ได้ถ่ายรูปและดูผีเสื้อกันพอสมควรเลยทีเดียว
หากใครที่ไม่จุใจในการชมผีเสื้อ อีกหนึ่งจุดที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่ นั่นก็คือ “ลานหินดาษ” แหล่งดูผีเสื้อกลางป่า ที่ถึงแม้ว่าจะต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อของทางอุทยานฯ เพื่อเข้าไป ประมาณ 7 กิโลเมตร และเดินเท้าเข้าไปอีกเล็กน้อย ก็จะพบกับสีสันความสวยงามกลางป่า ที่มีฝูงผีเสื้อจำนวนมากรอต้อนรับผู้มาเยือนอยู่ ถึงแม้ว่าต้องใช้เวลาสักหน่อย และเส้นทางไม่ได้สะดวกสบายนัก แต่ต้องยอมรับว่าคุ้มค่าสำหรับการได้เข้าไป นอกจากจุดหมายปลายทางคือผีเสื้อแล้ว ระหว่างทางเราก็จะได้เห็น ทิวทัศน์เขียวชอุ่มข้างทาง ที่สวยงามไม้แพ้จุดหมายปลายทาง เรียกได้ว่าได้สูดอากาศบริสุทธิ์กันจนเต็มปอดเลยทีเดียว
ไม่กี่อึดใจก็ถึง "ลานหินดาษ" โดยจุดนี้ เราจะได้ชมความงามของผีเสื้อที่ลงมากินเกลือแร่ จำนวนมาก จนต้องละลานตาไปกับผีเสื้อจำนวนมากที่บินวนอยู่รอบตัวเรา สำหรับการเดินทางเข้าไปลานหินดาษจะมีค่ารถ 1,000 บาท ต่อนักท่องเที่ยว 6 คน ทั้ง (ไป-กลับ) ไม่รวมค่าเบี้ยเลี้ยงเจ้าที่อุทยานฯ คนละ 300 บาท โดยรถหนึ่งคันจะต้องมีเจ้าหน้าที่เข้าไปด้วย 2 คน แต่ในช่วงนี้อาจมีฝนตกอย่างหนัก จากข้อมูลของวันนี้ (1 ก.ค. 59 ) ได้รับแจ้งจากอุทยานแห่งชาติปางสีดาว่ามีฝนตกหนัก จึงมีการประกาศปิดเส้นทางเข้าไปดูผีเสื้อที่ลานหินดาษ (ชั่วคราว) ตั้งแต่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป เนื่องจากฝนตกหนักทางเข้าเละ สำหรับใครที่จะเดินทางไปและต้องการไปในจุดนี้ควรสอบถามก่อนเดินทาง ว่าสามารถเข้าไปได้หรือไม่
การดูผีเสื้อ จะต้องมาดูในช่วงเช้าที่มีแดด ผีเสื้อจะออกตั้งแต่ 8 โมง จะออกมาผึ่งแดด และออกมากินเกลือแร่ และดูได้จนถึงเวลาประมาณ 5 โมงเย็น สำหรับการดูผีเสื้อควรแต่งกายให้เหมาะสม ไม่ควรจะใส่น้ำหอม และก่อนไปดูผีเสื้อเราควรศึกษาว่า ผีเสื้อแต่ละชนิดเป็นอย่างไร จะทำให้การดูผีเสื้อสนุกมากยิ่งขึ้น เราก็จะได้รู้จักผีเสื้อแต่ละชนิด โดยผีเสื้อตามโป่ง มักจะอยู่นิ่งๆ เราก็สามารถดูกับแผ่นพับได้ว่า ตัวนี้ชื่อว่าอะไร หรือใช้กล้องส่องนก ในการช่วยส่องว่า ผีเสื้อตัวนี้กินอะไร มีลายแบบไหน กลายเป็นกิจกรรมในครอบครัวได้ไม่ยาก และที่สำคัญ การไปดูผีเสื้อนั้น ผู้เชี่ยวชาญฯบอกกับเราว่า ไม่ควรเอาเงาไปทาบเขา เนื่องจากผีเสื้อตาเขาเป็นตารวม จะไวต่อสิ่งที่เคลื่อนไหว เราต้องให้เขาเกาะนิ่ง เราก็ค่อยๆ เข้าหา จนอยู่ใกล้ในระยะหนึ่ง
นายกสมาคมรักษ์ปางสีดา บอกเพิ่มเติมว่า กิจกรรมดูผีเสื้อเป็นกิจกรรมศึกษาธรรมชาติเป็นเรื่องของเฉพาะกลุ่ม แต่ระยะหลังมีกลุ่มครอบครัวเข้ามามากขึ้น และกลุ่มถ่ายภาพ เพราะดูง่ายกว่านก โดยเราสามารถให้ให้มันขึ้นมาสู่ปลายนิ้วได้ แต่ไม่ไปจับปีกมัน โดยเราจะพบผีเสื้อในพื้นที่ต่างๆกัน เพราะผีเสื้อแต่ละชนิดมันดำรงอยู่ในชีวิตแตกต่างกัน ถ้าอยากรู้จักผีเสื้อแต่ละชนิดก็ต้องไปให้ถูกที่ถูกเวลาด้วยเช่นกัน
“สิ่งหนึ่งที่ฝากไว้สำหรับนักท่องเที่ยว ไม่ควรไปจับผีเสื้อ บางทีเด็กๆมาแล้วเห็นอยู่ใกล้ๆ แล้วเอามือไปจับ เพราะปีกของเขามันจะเป็นพิกเซล เป็นเซลล์เล็กๆ เหมือนหลังคาโบสถ์ ถ้าเราไปจับแล้วมันจะติดมือเรา ผีเสื้อก็อาจจะมีปัญหาในการดำรงชีวิต ในการผสมพันธุ์ อย่าจับผีเสื้อ ให้เก็บไปแต่ภาพถ่าย เก็บสิ่งดีๆ แบบนี้ไป ซึ่งกิจกรรมดูผีเสื้อก็เป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจในปัจจุบัน” ผู้เชี่ยวชาญเรื่องผีเสื้อ แนะนำ
สำหรับ วงจรชีวิตของผีเสื้อนั้น จะอยู่ได้ประมาณสองอาทิตย์ หลังจากเป็นตัวเต็มวัย แล้วก็จะตายไป ในประมาณ 1-2 อาทิตย์จะมีตัวใหม่ออกมา ผีเสื้อตัวหนึ่งสามารถวางไข่ได้เป็นร้อย แต่โอกาสรอดมีแค่ 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ผีเสื้อเหล่านี้ก็จะกินเกลือแร่ เกลือแร่จะมีจากธรรมชาติ เมื่อเอาน้ำสาด ตามหินก็จะมีเกลือแร่ หรือจะมีมีการผสมอาหารที่ผีเสื้อชอบไว้ให้ เพราะโดยธรรมชาติ ผีเสื้อจะกินของเน่าเสีย ผลไม้สุก เราก็จำลองสิ่งเหล่านั้นที่เขาชอบ ก็มาราดให้เขากิน พวกนี้ก็เป็นอาหารหลักของพวกเขา กับผีเสื้ออีกลักษณะหนึ่งที่จะกินน้ำหวานจากดอกไม้ ส่วนหนึ่งคือมูลสัตว์ ตามข้างทาง แต่ละชนิดก็จะแตกต่างกันไป
ที่นี่เป็นเพียงเปอร์เซ็นต์น้อยมากของผืนป่าทั้งหมด ตรงนี้เป็นเพียงจุดที่เราเข้าถึงได้ ภายในพื้นที่ป่าอีก 6 แสนไร่ อาจจะมีผีเสื้อดีๆ ผีเสื้อที่น่าสนใจอีกจำนวนมาก แต่ละปีก็จะมีรายงานว่าพบผีเสื้อใหม่ๆ อยู่บ่อยครั้งแต่ไม่สามารถที่จะถ่ายรูปได้ ด้วย “ผีเสื้อ”จำนวนมากที่นี่ ทำให้ปางสีดากลายเป็นสถานที่ถูกใจของนักดูผีเสื้อ แสดงถึงความสมบูรณ์ของปางสีดา มีพืชอาหารสมบูรณ์ ให้ผีเสื้อกินอยู่ จึงทำให้ผีเสื้อที่นี่มีปริมาณเยอะ จึงมีกิจกรรมดูผีเสื้อเป็นประจำทุกปี นั่นก็คือ “เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา” ที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 12 แล้ว โดยในปีนี้สามารถชมได้ตั้งแต่เดือนมิ.ย. – ส.ค. 59 เป็นต้นไป แต่อย่างไรแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้ในจุดลานหินดาษ จะมีการปิดชั่วคราว ใครจะไปอย่าลืมตรวจสอบล่วงหน้าก่อนเดินทาง แต่อุทยานแห่งชาติปางสีดา ก็ไม่ได้มีเพียงแค่จุดลานหินดาษที่เดียวที่มีผีเสื้อให้ได้ชม ยังมีจุดอื่นๆ ให้ได้ชมความสวยงามของอุทยานแห่งชาติปางสีดาด้วย
Content : พัฐอร พิจารณ์โสภณ
Photo : สมศักดิ์ เนตรทอง / พัฐอร พิจารณ์โสภณ
Editing: บุญญานันท์ คำโพธิ์ทอง