ที่สำคัญ "ปลาแดก" ที่เราคุ้นเคยนั้น ยังเป็นวัฒนธรรมร่วมของชาวอาเซียนมาช้านาน นับตั้งหลักฐานทางโบราณคดีที่โคกพนมดี ที่เป็นเศษก้างปลาในโครงกระดูก หลุมปลาร้าที่กระจายอยู่ตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา ที่เป็นหนึ่งในวัฒนธรรม "ทำให้เน่า แล้วอร่อย" ทั้งนั้น...
”ไหไง” ที่ว่ามีลักษณะคล้ายไหทั่วไป แต่แตกต่างตรงที่ขอบ ที่มีปลายยื่นออกมาเพื่อรองน้ำไม่ให้แมลงวันเข้า และไหไงยังเป็นไหที่สวยงาม เพราะมีผิวที่มันวาว เนื่องจากปั้นด้วยดินที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งหาได้แค่ใน อ.เขื่องใน เท่านั้น ว่ากันว่าในอดีต ไหชนิดนี้เป็นสินค้าส่งออกไปทั่วภาคอีสาน ยาวไปจนถึง สปป.ลาว และเรื่อยไปทางใต้จนถึงกัมพูชา และมีค่าเป็นสินค้าแลกเปลี่ยนได้สบายๆ
แต่เมื่อวันเวลาเปลี่ยน ทุกอย่างก็เปลี่ยนตาม การเข้ามาของพลาสติก สภาพเศรษฐกิจ และสภาพสังคม บีบไหไงให้เข้าสู่ทางตันเรื่อยๆ ที่หนักไปกว่านั้น หลังจากมีการประกาศป่าพื้นที่ป่าชุมชนรอบหมู่บ้าน จึงขาดฟืนซึ่งเป็นวัตถุดิบในการเผาไห ในอดีต จากเตาเผาที่มีมากกว่า 30 เตา ปัจจุบันจึงเหลือเพียงแค่เตาเดียว ซึ่งเหลือหน้าที่เพียงเป็นเตาสาธิตวิธีการทำเท่านั้น ไหไงที่เป็นมรดกของชาวเขื่องใน หนึ่งในวัฒนธรรมปลาแดกของชาวอีสานจึงเหลือแค่ชื่อเท่านั้น...
หากจะรื้อฟื้น "ไหไง" ให้กลับมาความร่วมมือของชาวบ้านเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะเราต้องทำความเข้าใจถึงภาพรวมของวัฒนธรรมปลาแดกทั้งหมดก่อน อย่างที่บอกไปว่า ปลาแดกนั้นประกอบด้วยของ 3 อย่าง คือเกลือ ปลา และไห และที่มาของ ของ 3 สิ่งนั้นมีหลากหลายเช่นกัน หากคุณได้ยินชื่อของเส้นทางสายไหม เส้นทางการค้าโบราณที่เริ่มต้นตั้งแต่ประเทศจีน ลากยาวไปจนถึงยุโรป หรือเส้นทางสายชา ที่ลากจากยูนาน สุดปลายถึงอินเดีย
มหัศจรรย์อาเซียนจะขอพาคุณเดินตามรอย "เส้นทางสายปลาแดก" การเดินทางข้างหน้าเพื่อค้นหารากเหง้าและที่มาของปลาแดก ผ่านวัตถุดิบสำคัญ 3 สิ่งอย่าง ปลา เกลือ และไห