วันนี้ (4 ก.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดน่าน เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลท่าวังผา อำเภอท่าแพ เฝ้าระวังการทรุดตัว ตลิ่งริมลำห้วยอาฮาม และแม่น้ำน่าน เพราะฝนตกหนัก และระดับน้ำ ทำให้อาคารพาณิชย์ และบ้านพักทรุดตัวเสียหาย 6 หลัง
ส่วนที่จังหวัดพิจิตร ทหารและเจ้าหน้าที่ ตัดต้นสักขนาดขนาดใหญ่ ที่หักโค่นทับบ้านพักชาวบ้าน หลังจากเกิดพายุฝนตลอดทั้งคืน
เช่นเดียวกับที่จังหวัดบึงกาฬ ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ถนนหลายสาย ในเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ ถูกน้ำท่วมขังสูงกว่า 30 เซนติเมตร
ส่วนที่จังหวัดหนองคาย ฝนตกหนัก ทำให้ปริมาณน้ำ ในแม่น้ำโขงสูงขึ้น อยู่ที่ระดับ 3 เมตร 63 เซนติเมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 8 เมตร แต่ยังมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ฝนที่ตกหนักทำให้มวลน้ำป่าไหลจากเทือกเขาวังเหวไหลหลากทะลักท่วม 2 ตำบล ในอำเภอหนองไผ่ ชาวบ้านเก็บของหนีน้ำเสียหายกว่า 150 หลังคาเรือน เบื้องต้นสุดทหารค่ายพ่อขุนผาเมือง เร่งเข้าช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของ พร้อมแจ้งเตือนเตรียมรับน้ำป่าอีกละลอก
ที่จังหวัดพะเยา ได้เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากแล้วที่บริเวณน้ำตกธารสวรรค์ ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูนาง ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านมาง อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งโชคดีที่เป็นช่วงเช้าทำให้ยังไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา จึงทำให้ไม่มีผู้ได้รับอันตรายแต่อย่างใด ปัจจุบันสถานการณ์ได้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังเตือนนักท่องเที่ยวให้ระวังน้ำป่าไหลหลากในช่วงนี้ต่อไป
ที่จังหวัดมหาสารคาม นายสมชาติ บุตรราช นายกเทศบาลตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เร่งผู้รับเหมาให้นำเครื่องจักรขนาดใหญ่และกำลังคน เข้าปรับสภาพริมทางทั้งสองฝั่งระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ขนเศษปูน ขยะ และสิ่งของที่กีดขวางทางน้ำ และบางส่วนที่ปิดทางระบายน้ำ เพื่อเตรียมขุดลอกระบายน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วมขัง หลังจากช่วงฝนตกที่ผ่านมา เกิดน้ำท่วมบ้านเรือน และหอพัก กระทบความเป็นอยู่ประชาชนและนักศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่อาศัยบริเวณนี้นับหมื่นคน
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน 8 จังหวัด ภาคเหนือ ตะวันออก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ จันทบุรี และตราด โดยขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งปริมาณฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ขณะที่กรุงเทพมหานครจะมีฝนตกถึงร้อยละ 60 ของพื้นที่