วันนี้ (7 ก.ค. 59) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษจากพรรคแรงงาน แถลงขอโทษและยอมรับผิดที่ตัดสินใจนำประเทศเข้าร่วมสงครามอิรัก เมื่อปี 2003 ส่งผลให้ทหารอังกฤษเสียชีวิต 179 นาย
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้น หลังจากวานนี้ (6 ก.ค. 59) มีการเผยแพร่รายงานการสอบสวนการตัดสินใจเข้าร่วมสงครามอิรักของอังกฤษ ซึ่งใช้เวลาสอบสวนนานกว่า 7 ปี ท่ามกลางความพอใจของบรรดาญาติและครอบครัวของทหารที่เสียชีวิต
นายเซอร์ จอห์น ชิลคอต ผู้นำคณะสอบสวน ระบุว่า นายแบลร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษในขณะนั้น ทำให้สงครามอิรักกลายเป็นเรื่องใหญ่เกินจริง เนื่องจากตัดสินใจเข้าร่วมสงครามโดยไม่พิจารณาหนทางที่สันติกว่านี้ และปราศจากการเตรียมการให้รอบคอบ อีกทั้งยังอ้างอิงข้อมูลหน่วยข่าวกรองที่ขาดความน่าเชื่อถือ เนื่องจากไม่มีหลักฐานว่า นายซัดดัม ฮุสเซน อดีตผู้นำอิรัก ครอบครองอาวุธร้ายแรงและเป็นภัยคุกคามร้ายแรงของอังกฤษ จึงถือเป็นการสูญเสียกำลังทหารของอังกฤษโดยไม่จำเป็น
อย่างไรก็ตามนายแบลร์ได้ปฏิเสธคำวิจารณ์ดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าแม้กระบวนการวางแผนจะผิดพลาด แต่หากให้ตัดสินใจอีกครั้ง เขาก็ยังยืนยันว่าจำเป็นต้องเข้าร่วมสงคราม เพื่อช่วยปลดปล่อยชาวอิรักจากความชั่วร้ายของนายซัดดัม ฮุสเซน และทำให้โลกปลอดภัยขึ้น
ด้านนาย จอช เออร์เนสต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่าคณะทำงานของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ยังไม่ได้อ่านรายงานการสอบสวนดังกล่าว แต่ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต
ล่าสุดโฆษกส่วนตัวของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ออกแถลงการณ์ปกป้องนายแบลร์ ว่าตัดสินใจถูกแล้ว เพราะโลกใบนี้จะไม่น่าอยู่ขึ้น หาก ซัดดัม ฮุสเซน อยู่เรืองอำนาจ