“เดินไม่ได้ไม่ใช่เหตุผลที่จะทิ้งไป” เปิดใจ หญิงที่ไม่ทอดทิ้งสามี ยามชีวิตพลิกผัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เรื่องราวน่าประทับใจของคุณแม่ยังสาว “มีน” อสาพติ ขลิบทอง กับชีวิตที่พลิกผัน หลังสามีของเธอประสบอุบัติเหตุ ทำให้เส้นประสาทไขสันหลังได้รับบาดเจ็บ จนไม่สามารถเดินได้ ทำให้เธอต้องขึ้นมาเป็นเสาหลักของครอบครัวดูแลลูกและสามี กับความหวังว่าสามีจะกลับมาเดินได้อีกครั้ง!



ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2559 “มีน” อสาพติ ขลิบทอง ได้โพสต์ภาพเล่าเรื่องของตัวเธอเองและสามีผ่านทางเฟซบุ๊ก จนทำให้หลายคนบนโลกออนไลน์ต่างประทับใจและโพสต์ข้อความให้กำลังใจเธออย่างมากมาย โดยเรื่องราวดังกล่าวที่ถูกเล่าจากผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งผ่านภาพถ่ายและข้อความนั้น ไม่ใช่แค่ความรักของหนุ่มสาวแบบธรรมดา แต่เพราะสามีของเธอไม่สามารถเดินได้ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุโดนรถจักรยานยนต์ชน และยิ่งไปกว่านั้น “มีน” กลายมาเป็นเสาหลักของครอบครัว ด้วยความอดทน หัวใจที่เข้มแข็ง เพื่อดูแลสามีและลูกน้อย
อ่านคลิก >>  Aquarius Mean

วันนี้ “มีน” อสาพติ ขลิบทอง คุณแม่วัย 24 ปี ที่ต้องขึ้นมาเป็นเสาหลักของครอบครัวทำหน้าที่ดูแลสามีและลูกสาววัย 1 ขวบ เปิดใจกับทีมนิวมีเดีย พีพีทีวี ว่า หลังจากที่ทราบข่าวว่าสามี “มิคาเอล วอลเกอร์” ได้รับอุบัติเหตุบนท้องถนนตนตกใจมาก แต่สิ่งแรกที่คิดคือ “อีกแล้วเหรอ ?” ที่คิดแบบนี้เพราะสามีเป็นนักแข่งรถและก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจะประสบอุบัติเหตุในสนามแข่งจนขาหัก ตนจึงมองเป็นเพียงเรื่องธรรมดาเนื่องจากเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ก็รีบเดินทางไปหาสามีที่โรงพยาบาล

ซึ่งอุบัติเหตุครั้งนี้ กลับต่างออกไปจากทุกครั้ง เพราะมิคาเอล อาการสาหัส “มีน” เล่าว่า ตลอดการเดินทางไปที่โรงพยาบาลตนรู้สึกเป็นกังวลและเป็นห่วงอาการของสามีมากจนทำให้น้ำตาไหลออกมาตลอดทาง เมื่อก้าวเท้าลงจากรถสิ่งแรกที่ตนทำคือรีบมุ่งหน้าไปยังห้องฉุกเฉินที่สามีรับการรักษาอยู่ และภาพแรกที่เห็นคือสามีนอนนิ่งอยู่บนเตียงทำให้ยิ่งรู้สึกเป็นห่วงและกังวลเพิ่มมากขึ้น แต่ตนก็ดีใจที่อย่างน้อยได้เห็นหน้าสามี แต่แล้วคำบอกเล่าของแพทย์ที่ระบุว่า “มิคาเอลหลังหัก 3 ท่อน เส้นประสาทไขสันหลังได้รับบาดเจ็บ ปอดด้านซ้ายฉีกขาด และซี่โครงหักอีก 9 ซี่” ยิ่งตอกย้ำให้สภาพจิตใจตนย่ำแย่ลงไปอีก สิ่งเดียวที่คิดและรู้สึกได้ในวินาทีนั้นคือขอให้สามียังมีชีวิตอยู่ก็พอแล้ว

จากผู้ชายที่สามารถทำงานได้ปกติ กลับกลายเป็นคนที่เดินไม่ได้ แต่ครอบครัวก็ยังพอมีความหวังเมื่อแพทย์ผู้ให้การรักษา ยืนยันว่า มิคาเอลยังคงมีโอกาสที่จะกลับมาเดินได้เป็นปกติอีกครั้งแม้โอกาสจะไม่มากก็ตาม อสาพติ ขลิบทอง เล่าว่า ตอนนั้นสภาพจิตใจของตนและสามีแย่มาก สามีไม่สามารถรับสภาพของตัวเองได้ ทำให้อารมณ์ร้าย ฉุนเฉียว แต่ตนก็พยายามไม่ท้อ ยืนหยัดสู้เพื่อสามีและลูกที่เพิ่งจะมีอายุได้เพียง 6 เดือน

“รู้สึกเสียใจมาก ที่เราทำอะไรให้ก็กลายเป็นผิด ทั้งๆที่ทุกอย่างที่เราทำเพราะความรักความเป็นห่วง แต่ก็ไม่ท้อ พยายามเข้าใจว่าถ้าเราต้องตกอยู่สภาพเดียวกับเขาจิตใจคงไม่ต่างกัน สิ่งที่ทำได้คือพยายามเข้าใจ ยอมรับ และดูแลเขากับลูกให้ดีที่สุด”



“มีน” ยอมรับว่า ความหวังในการรักษาตัวของสามี ตนหวัง 100 เปอร์เซ็นว่าสามีต้องหายต้องกลับมาเดินได้อีกครั้ง เพราะอยากเห็นเขามีความสุข การคิดแบบนี้จะทำให้ตนมีแรงและกำลังใจที่จะพาสามีไปรักษาตัวทุกที่ตามที่ได้รับคำแนะนำจากคนรอบข้าง

“มีนมักจะพูดให้เขาสู้เสมอ และมีนก็สู้ เมื่อเขาเห็นว่าเราสู้เขาก็จะมีกำลังใจที่จะสู้ไปด้วยกัน”

“อยากให้เค้ากลับมาเดินได้ กลับมามีความสุข ถ้าเขากลับมาเดินได้ก็เหมือนเขามีชีวิตใหม่อีกครั้ง”


สำหรับสภาพความเป็นอยู่ตอนนี้ มีน อสาพติ เปิดเผยว่า ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนถือว่าตอนนี้ลำบากมาก แต่ตนก็ได้มองข้ามความลำบากเหล่านั้นไป ตนมองเพียงสิ่งที่ควรจะทำในตอนนี้ นั่นคือเข้มแข็ง ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่เป็น รวมถึงดูแลสามีและลูกให้ดีที่สุด

“จะบอกตัวเองเสมอว่าให้สู้ เรายังมีลูกยังมีสามีที่เราต้องดูแล ถ้าเราท้อเราไม่สู้ อีก 2 ชีวิตจะอยู่อย่างไร”

มีน ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้สามี (มิกกี้ มิคาเอล วอลเกอร์) เคยไล่ให้ตนไปมีแฟนใหม่ จะได้มีชีวิตที่ปกติไม่ต้องมาลำบากไม่ต้องมาเหนื่อย แต่ตนก็ไม่ไปไหน โดยให้เหตุผลว่า “เรารักเขา เขาเป็นคนดี และไม่มีเหตุผลอะไรที่เราต้องไปจากเขา การที่เขาเดินไม่ได้มันไม่ใช่เหตุผลที่เราจะทิ้งเขาไป มันยิ่งทำให้เราต้องดูแลเขา อยู่กับเขาให้มากขึ้น เวลาเรามีความสุขเรายังอยู่ด้วยกัน เวลาเรามีความทุกข์ทำไมเราต้องหนีไปมีความสุขเพียงคนเดียว”

“ต่อให้เขาเดินไม่ได้ตลอดชีวิต เราก็จะอยู่ดูแลเขาไปตลอดชีวิต”

ทั้งนี้ คุณแม่ยังสาวรายนี้ ยังเปิดเผยอีกว่า แม้จะไม่มีลูกสาว (น้องฮันน่า) ก็จะอยู่ดูแลสามีในฐานะภรรยาให้ดีที่สุด “ไม่มีใครอยากเสียใครไป เรารู้ว่าเขารักเรามาก ถ้าเราไปเขาก็เสียใจมากเหมือนกัน ถ้าเราไม่อยู่ใครจะดูแลเขา อยากจะอยู่ดูแลเขาต่อไปเรื่อยๆ”

สำหรับเรื่องอนาคตต่อจากนี้ มีน ระบุว่า จะโฟกัสไปที่ลูก ถ้าสามีหายกลับมาเดินได้เป็นปกติก็จะช่วยกันทำงานหาเงินเพื่อลูก อยากให้ลูกสบาย อยากมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งเพราะตอนนี้ก็เช่าเขาอยู่ แต่ถ้าสามีไม่หายก็จะพยายามหางานที่สามารถทำด้วยกันได้ ตนจะได้อยู่ดูแลสามีและลูกอย่างใกล้ชิด

จบคำให้สัมภาษณ์แต่มือของเธอและเขายังคงกุมมือกันอยู่ตลอดเวลา “มิกกี้” มิคาเอล วอลเกอร์ อดีตนักแข่งรถจักรยานยนต์ วัย 25 ปี กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้จะรู้สึกท้อแท้มาตลอด แต่ทุกครั้งที่เห็นหน้าลูกและภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้างกันเสมอ ได้กลายเป็นแรงผลักดัน เป็นกำลังใจที่ทำให้ตนมีแรงที่จะสู้ต่อไป แม้ว่าโอกาสจะหายเป็นปกติกำลังลดน้อยลงไปทุกขณะ พร้อมกับหันหน้าไปพูดกับภรรยาว่า “ขอบคุณมากที่อยู่ข้างกันตลอด ช่วยดูแลตัวเล็ก และไม่ทิ้งเราไปไหน”




ทีมงาน PPTV

Content : อวิรุทธ์ อินแสง
Producer/Editing: บุญญานันท์ คำโพธิ์ทอง
Photo : ชาติกล้า สำเนียงแจ่ม

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ