ชั่วโมงนี้ หากเอ่ยถึงชื่อ “หญิงไก่” หรือ นางมณตา หยกรัตนากาญ คงไม่มีใครไม่รู้จักเธอ เพราะก่อนที่เธอจะตกเป็นผู้ต้องหาและถูกส่งตัวเข้าเรือนจำเพื่อฝากขังระหว่างรอการพิจารณาในคดีแจ้งความเท็จ พยายามค้ามนุษย์ และหมิ่นสถาบันนั้น ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเรื่องราวหลากหลายแง่มุมของเธอกลายเป็นข่าวครึกโครมไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งพฤติกรรมที่อดีตลูกจ้างนำมาเปิดเผย รวมทั้งปูมหลังชีวิตในอดีตที่เธอเคยตกเป็นข่าวได้ถูกสังคมออนไลน์ขุดคุ้ยนำมาตีแผ่เป็นฉาก ๆ
จุดเริ่มต้นของข่าวดังชั่วข้ามคืนคดีนี้ เกิดขึ้นหลังจากอดีตลูกจ้าง 7 คนของเธอเข้าร้องทุกข์กับตำรวจว่าถูกนางมณตากลั่นแกล้งให้รับโทษในคดีลักทรัพย์ หลังจากที่พวกเขาปฏิเสธไม่ไปทำงานที่ฮ่องกง เมียนมาร์ กัมพูชา หรือลาว ตามที่เธอพยายามหว่านล้อม และมีหลายรายที่พ่อแม่ หรือแม้แต่สามีต้องถูกหางเลขตกเป็นผู้ต้องหาตามไปด้วย ยังไม่นับรวมหญิงสาว 5 รายจากอำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ต้องประสบชะตากรรมไม่ต่างจากอดีตลูกจ้างคนอื่น ๆ
คดีนี้ยิ่งสร้างความกระหายใคร่รู้ให้กับผู้คนในสังคมมากขึ้น เมื่อนางมณตาปิดหน้าปิดตาออกมาตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงข้อกล่าวหาและยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ในทางกลับกัน บรรดาผู้เสียหายทุกรายกลับเปิดหน้าออกมาท้าพิสูจน์ความจริง คำถามจึงเกิดขึ้นว่าใครกันแน่ที่พูดความจริง ใครกันแน่ที่กุเรื่องขึ้น
หลังตำรวจกองปราบปรามเข้าทำการสอบสวน ข้อเท็จจริงหลายอย่างก็ปรากฏ ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาที่อดีตลูกจ้างใช้เดินทางไปถึงห้องพักที่เก็บทรัพย์สินไม่สอดคล้องกับภาพวงจรปิดที่นางมณตาอ้าง
แม้ว่าคดีของนางมณตายังต้องรอการพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรม แต่อีกด้านหนึ่งอดีตลูกจ้างก็ทวงถามความรับผิดชอบจากตำรวจเช่นกันเพราะที่ผ่านมาพวกเขาบอกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในชั้นสอบสวน
กระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในคดีนี้ร้อนถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องสั่งตั้งกรรมการสอบ พนักงานสอบสวน 9 นายจาก 9 คดีที่นางมณตาแจ้งความไว้เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ
สังคมกำลังจับจ้องรอฟังผลการสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในคดีนี้ว่าจะนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขการทำงานของพนักงานสอบสวนและคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหายอย่างไร แต่ไม่ว่าผลการสอบสวนจะเป็นอย่างไร ผลของคดีนี้ก็ก่อให้เกิดคำถามสำคัญที่ว่าเมื่อไรการปฏิรูปตำรวจที่เรียกร้องกันมาหลายยุคสมัยจะเป็นความจริงเสียที