“คำหยาบ” เกลื่อนโซเชียลฯ ดึงกระแสเรียก “ยอดไลค์”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หากคุณเป็นคนใช้โซเชียลมีเดีย อาทิ เฟซบุ๊ก ก็มักจะมีแฟนเพจมากมายให้กดถูกใจ ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล แต่ในระยะหลังมักจะเห็นแฟนเพจที่มีการใช้คำหยาบ หรือคำหยาบเกี่ยวกับเรื่องเพศ มาเป็นการการดึงความสนใจ และการเรียกยอดไลค์ ให้คนให้เข้ามาในเพจของตัวเอง..

ทีมนิวมีเดีย PPTV ได้สอบถาม “ณัฐ พยงค์ศรี” นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ถึงเรื่องคำหยาบที่มีกระจายเกลื่อนอยู่ในโลกออนไลน์ ว่า ในทางกฎหมายนั้น ถ้าเป็นการใช้คำหยาบเพื่อพูดลอยๆ ไม่ได้หมายถึงใครก็ไม่มีความผิด แต่ถ้าเป็นคำหยาบที่ไปอยู่บนรูปของเจ้าของภาพ ที่มีการระบุที่ชัดเจน แล้วทำให้เจ้าของภาพนั้นเกิดความเสื่อมเสีย ถูกหัวเราะเยาะจากคนที่เข้ามาคอมเม้นท์ เจ้าของภาพก็สามารถที่จะเอาผิดได้

“ที่เราเห็นทุกวันนี้ คำหยาบที่เห็นไม่ได้พาดพิงต่อบุคคล ต่างจากเอาภาพลามกมาลง ที่มันเป็นสิ่งที่ผิด ต่างจากคำที่เป็นเพียงความไม่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นกระแสสังคมมากกว่า ที่เป็นวิธีที่จะเรียกคนเข้ามาสนใจ โดยใช้คำหยาบเพื่อเรียกเรตติ้ง สังเกตว่าเพจที่เกิดขึ้นใหม่ๆ จะมีวิธีการเรียกคนโดยใช้คำหยาบเยอะขึ้น”

นักวิชาการคอมพิวเตอร์ฯ รายนี้ บอกต่อว่า สำหรับการป้องกันคำหยาบนั้น ถ้าในเว็บบอร์ด หรือตามเว็บต่างๆ ก็จะมีตัวสกรีนให้คำหยาบเหล่านี้ไม่โชว์ แต่ถ้าเป็นในโซเชียลมีเดียจะไม่มีการสกรีนคำหยาบเท่าไหร่นัก ถ้าไม่ได้เป็นการมุ่งประสงค์ร้าย ในทางกฎหมายต้องดูเป็นรายกรณีไป ซึ่งจะต้องมีผู้เสียหาย


ขณะที่ ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บอกว่า การควบคุมในโลกออนไลน์นั้น การกรองคำแต่ละคำในการพิมพ์ลงไปในโลกออนไลน์ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เอง ถ้าเป็นสื่อกระแสหลักก็จะมีกองบรรณาธิการในการกลั่นกรองและคำนึงถึงจรรยาบรรณในการนำเสนอ ขณะที่สื่อออนไลน์ที่มีจำนวนมากขึ้น หรือตามแฟนเพจต่างๆ ที่ใครจะเขียนจะนำเสนอออกไปนั้นก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง หลายคนมีการโพสต์คำหยาบ ในลักษณะนี้บอกว่า สิ่งที่เขาโพสต์เป็น ลักษณะของความจริงใจ ต้องการสื่อสารแบบตรงๆ ไม่อยากให้สนใจที่คำหยาบ เขาอยากให้มองที่สาระที่เขาจะสื่อมากกว่า แต่เมื่อแฟนเพจเหล่านี้ใช้คำหยาบจำนวนมาก แล้วมีคนตอบสนองต่อการกระทำของพวกเขาจำนวนมาก ก็กลายเป็นส่วนกระตุ้นให้เพจอื่นๆ มองว่าการที่พิมพ์ในลักษณะนี้ทำให้ได้รับความนิยมจากคนในโลกออนไลน์  ก็จะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ หรือการโพสต์ในลักษณะเช่นนี้มากขึ้น 

"ส่วนตัวมองว่าพฤติกรรมเหล่านี้มีผลต่อพฤติกรรมการเลียนแบบของเด็กเล็กๆ เขาก็มีโอกาสเลียนแบบในสังคมของเขา ในการนำเสนอสิ่งต่างๆ ออกไป ก็อยากจะให้กรองในการนำเสนอ นึกถึงกาลเทศะ เพราะบางคำอาจเหมาะแก่การใช้กับเพื่อนสนิทเท่านั้น ไม่ควรที่จะนำออกมาสู่พื้นที่สาธารณะอย่างบนโลกออนไลน์ ต่อไปคนในสังคมก็ต้องมานั่งคิดว่าสังคมจะยอมรับได้ไหม หากคนในสังคมมีแต่คนที่ใช้คำเหล่านี้" คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ สะท้อนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ