ระบบดับเพลิงเป็นอุปกรณ์ที่ระบุไว้ใน TOR ของรถก็ภัยขนาดเล็ก ของ กทม. แน่นอนว่า อุปกรณ์บอกถึงประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องมือได้เป็นอย่างดี
จากอุปกรณ์ที่ระบุไว้ ทีมข่าว PPTV ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่เป็น “ครู” สอนดับเพลิง เป็นที่ยอมรับในวงการกู้ภัย เริ่มที่ เครื่องสูบน้ำดับเพลิงแรงดันสูง พร้อมระบบฉีด ซึ่งระบุไว้ว่าแรงดัน 100 บาร์ เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นแรงดันที่สูงมาก และการฉีดน้ำที่ 40 ลิตรต่อนาที บนถังบรรจุน้ำที่มีอยู่ 200 ลิตร หมายความว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้ จะทำงานได้ด้วยตัวเองถ้าไม่มีแหล่งน้ำอื่นในพื้นที่เกิดเหตุได้เพียงประมาณ 5 นาที เพราะมีน้ำ 200 ลิตร ฉีดนาทีละ 40 ลิตร เท่ากับ 5 นาที
โดยสายฉีด ก็ถือว่าไม่ยาวนัก คือ 60 เมตร ดังนั้นนักดับเพลิงมองว่า อุปกรณ์ชิ้นนี้ แม้จะเหมาะกับกับการเข้าไปในตรอกซอกซอยเล็กๆ แต่ไม่สามารถใช้ดับไฟไหม้ที่รุนแรงได้ เพราะมีเวลาการทำงานได้น้อยเกินไป นอกจากในที่เกิดเหตุจะมีแหล่งน้ำที่ใช้เครื่องสูบน้ำแบบจุ่ม มาช่วยเติมน้ำได้
ส่วนกรณีที่ต้องใช้โฟมดับเพลิงที่เกิดจากสารเคมี ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นโรงงาน ใน TOR ระบุว่า มีระบบผสมน้ำยาโฟม อัตราการผสมที่ประมาณ 6% โดยมีโฟมไม่น้อยกว่า 20 ลิตร
นักดับเพลิง บอกว่า ปริมาณโฟม ไม่ใช่ตัวแปร ต้องดูที่ปริมาณน้ำ เพราะโฟม 6% หมายถึง ต้องใช้น้ำ 94% เป็นส่วนผสม หากใช้โฟม ก็เพียงช่วยเพิ่มเวลาฉีดไปได้อีก 1-2 นาที เท่านั้น เมื่อดูจากอุปกรณ์ที่มีเหล่านี้ จึงบอกได้ว่า รถกู้ภัยขนาดเล็ก ไม่เหมาะกับการใช้เพื่อดับอัคคีภัยขนาดใหญ่ ใช้ได้สำหรับเหตุการณ์เล็กๆ เท่านั้น ทีมข่าวสอบถามหัวหน้าสถานีดับเพลิง เขตดุสิต ได้คำตอบที่สอดคล้องกัน คือ อุปกรณ์นี้ สามารถใช้งานได้ แต่เหมาะกับเหตุเพลิงไหม้เล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อตรวจสอบไปที่สมรรถนะของรถ ก็เป็นสมรรถนะของรถ ATV ทั่วไป แต่รุ่นนี้ มี 6 ล้อ ยังไม่พูดถึงเรื่องราคา ว่าเหมาะสมหรือไม่
และเมื่อดูเข็มไมล์ที่รถจะเห็นว่าทำความเร็วได้สูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น นั่นคือสมรรถนะ ที่ยังไม่รวมน้ำหนักของอุปกรณ์บนรถ และถ้าย้อนกลับไปดู TOR ก็จะเห็นได้ชัดว่า TOR ระบุเพียงว่า ความเร็วต้องไม่น้อยกว่า 32 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงอีกคนหนึ่ง ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของ กทม. ซึ่งทีมข่าวตรวจสอบด้วย บอกว่า ถ้าทำความเร็วได้เพียงเท่านี้ คงต้องให้ทั้งเจ้าหน้าที่และรถ ไปประจำการในชุมชนที่เสี่ยงเกิดเพลิงไหม้ จึงจะมีโอกาสไปทันเหตุการณ์
ครูสอนดับเพลิงเสนอว่า งบประมาณ คันละเกือบ 8 ล้านบาท ที่ใช้ซื้อรถกู้ภัย ATV รุ่นนี้ สามารถนำไปใช้ได้อีกหนึ่งวิธีการ คือ ไปติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงขั้นต้นในชุมชน ซื้อเครื่องสูบน้ำแบบหาบหามให้ชุมชน ซื้อสายหัวฉีด โดยระบุว่า จากสเปคของเครื่องดับเพลิงที่ระบุใน TOR สามารถซื้อได้ในราคาสูงสุด 3 แสนบาท ซึ่งหากทำแบบนี้ สามารถใช้เงิน 8 ล้านบาท สามารถติดตั้งอุปกรณ์พื้นฐานเหล่านี้ได้ในหลายชุมชน เพื่อบรรเทาสถานการณ์ก่อนเจ้าหน้าที่มาถึง