เห็นได้ชัดว่าเมียนมาร์มีนโยบายเปิดรับการค้าการลงทุนต่างประเทศมากขึ้น และโดยเฉพาะเมื่อประเทศนี้เข่าสู่ยุคประชาธิปไตยเต็มตัว เปลี่ยนแปลงเป็นรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง ประเทศเมียนมาร์ที่เต็มไปด้วยทรัพยากรและพลเมืองที่รอเปิดรับสิ่งใหม่ๆ จึงกลายเป็นขุมทองแห่งใหม่ในสายตานักลงทุนต่างชาติ
โรงงานทอผ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ชานนครย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่าของเมียนมาร์ ซึ่งเปิดมานานหลายปีแล้ว โรงงานแห่งนี้มาจาก นอร์ท ชอร์ กรุ๊ป ของนักลงทุนชาวไต้หวัน ที่มองเห็นโอกาสดีในเมียนมาร์ โดยเฉพาะด้านแรงงาน ซึ่งบางส่วนก็ไปฝึกฝีมือจากประเทศไทย
แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่พร้อมนัก ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า น้ำประปา ก็เป็นอุปสรรคที่เขาพบเจอ และทำให้พวกเขามองว่าเมียนมาร์ น่าจะยังต้องรอเวลาอีกหลายปี จึงจะขยายฐานภาคอุตสาหกรรม และพาแรงงานกลับมาได้
หนึ่งในหลายร้อยร้านอาหารไทยที่เปิดในกรุงย่างกุ้งช่วง 1-3 ปี ที่ผ่านมา กิจการเฟรนด์ไชส์อาหารไทย และร้านอาหารไทยจากฝีมือชาวเมียนมาร์ที่เคยมาอาศัยอยู่ในไทย เป็นหนึ่งในกิจการที่ได้รับความนิยมจากชาวเมียนมาร์ ในย่างกุ้ง
ร้านกาแฟที่ตกแต่งทันสมัยแห่งนี้ ได้รับความนิยมอย่างสูงจากวัยรุ่นเมียนมาร์ เปิดอยู่บนถนนเส้นเดียวกันกับกิจการจากต่างประเทศอื่นๆ ที่นี่มีเจ้าของกิจการเป็นชาวเกาหลี ในอดีตกาแฟไม่ใช่สิ่งที่ได้รับความนิยมในวัฒนธรรมของชาวเมียนมาร์ เพราะคนรุ่นเดิมนิยมดื่มชาและเสพคาเฟอีนจาก “หมาก” มากกว่า แต่ร้านนี้กลับเป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่
กิจการใหญ่ต่างๆ ในเมียนมาร์ ในอดีตล้วนต้องทัมปทานจากรัฐบาลทหาร ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ เหมืองอัญมณี ป่าไม้ น่าสนใจว่า จากนี้ไปจะถูกนำมาทำตามกฎหมายอย่างเปิดเผยมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าในช่วงแรกมีความยากลำบากมากกว่าเดิมสำหรับนักลงทุนหน้าเดิม แต่ก็มีนักลงทุนจากชาติตะวันตก ญี่ปุ่น เกาหลี รวมทั้งไทยที่มีแนวโน้มจะมาลงทุนในเมียนมาร์มากขึ้น
สถาพร พงษ์พิพัฒน์วัฒนา รายงาน