เกิดเหตุคนร้ายขับรถบรรทุกพุ่งเข้าใส่ฝูงชน ที่มารวมตัวกันเพื่อชมพลุไฟในคืนฉลองวันชาติฝรั่งเศส ที่เมืองนีซ ทางตอนใต้ของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 80 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิง บาดเจ็บอย่างน้อย 50 คน ในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 18 คน โดยหลังจากขับรถพุ่งชนคนแล้ว รถยังแล่นต่อไปอีก 2 กม. ขณะที่บรรยากาศในจุดเกิดเหตุ สองฝั่งถนนเต็มไปศพของผู้เสียชีวิต
หลังเกิดเหตุ หน่วยต่อต้านก่อการร้ายได้เข้าควบคุมสถานการณ์ และได้ยิงวิสามัญคนร้ายเสียชีวิต โดยจากการเข้าตรวจสอบรถบรรทุกที่ใช้ก่อเหตุซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ยิงพรุนไปทั้งคัน เจ้าหน้าที่พบอาวุธและระเบิดจำนวนมากอยู่ภายใน รวมถึงเอกสารที่ยืนยันว่าผู้ก่อเหตุเป็นชาวฝรั่งเศส เชื้อสายตูนิเซีย และเป็นชาวเมืองนีซ เบื้องต้นกำลังตรวจสอบว่าคนร้ายลงมือเพียงลำพังหรือไม่ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ มีเพียงกลุ่มผู้สนับสนุนกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ที่พากันโพสต์ข้อความเฉลิมฉลองกันในโลกออนไลน์ ขณะที่นายกเทศมนตรีเมืองนีซ ประกาศเตือนให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน และได้สั่งยกเลิกคอนเสิร์ตของนักร้องสาว รีฮานนา ในวันนี้ รวมถึงเทศกาลดนตรีแจ๊ส ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-19 ก.ค. นี้ด้วย
ล่าสุด ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส ได้แถลงประณามเหตุดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นเหตุก่อการร้ายที่มุ่งทำลายเสถียรภาพด้านความมั่นคงของประเทศ พร้อมประกาศขยายภาวะฉุกเฉินออกไปอีก 3 เดือน จากเดิมที่จะหมดอายุในวันที่ 26 ก.ค. นี้ โดยจะมีการเสนอญัตติให้รัฐสภาฝรั่งเศสอนุมัติอีกครั้งในสัปดาห์หน้า
นอกจากนี้ นายออลลองด์ยังประกาศเสริมกำลังทหารเพื่อรักษาความปลอดภัยทั่วประเทศ และตามแนวชายแดน โดยจะระดมกำลังทหารในเครื่องแบบ 10,000 นาย อารักขาสถานที่สำคัญและจุดที่อาจตกเป็นเป้าของกลุ่มก่อการร้าย ทั้งนี้ นายออลลองด์ระบุว่า แม้พลเมืองชาวฝรั่งเศสจะอยู่ในอาการเศร้าสลด แต่พวกเราก็เข้มแข็ง โดยทางการฝรั่งเศสจะยกระดับปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายในซีเรียและอิรักต่อไป
ขณะที่บรรดาผู้นำและบุคคลสำคัญๆของโลกออกแถลงการณ์ประณามเหตุดังกล่าว อาทิ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ องค์การสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อ เฉียง ของจีน นายโดนัลด์ ทัสก์ ประธานคณะมนตรียุโรป นางฮิลลารี คลินตัน รวมถึงที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศเอเชีย-ยุโรป หรืออาเซม ครั้งที่ 11 ซึ่งเปิดฉากขึ้นวันนี้ที่ประเทศมองโกเลีย ก็มีการยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตด้วย
ด้านสถานกงสุลต่างชาติในฝรั่งเศส แนะนำพลเมืองของตนเองติดต่อครอบครัวเพื่อยืนยันความปลอดภัย ขณะที่สถานกงสุลจีนยืนยัน มีนักท่องเที่ยวชาวจีนบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ 2 คน ด้านสถานทูตอังกฤษประจำฝรั่งเศสได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉินให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่โรงแรมหลายแห่งในเมืองนีซ ขณะนี้ถูกใช้เป็นที่รองรับผู้บาดเจ็บและผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นการชั่วคราว
ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุกราดยิงที่สำนักพิมพ์ชาร์ลี เอ็บโด เมื่อเดือน ม.ค. ปีที่แล้ว ฝรั่งเศสก็ต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากการก่อการร้ายอย่างต่อเนื่อง โดยมีเหตุโจมตีใหญ่ๆ รวมถึงความพยายามในการก่อการร้ายในประเทศแล้วทั้งสิ้น 12 ครั้ง โดยเฉพาะครั้งล่าสุด คือเหตุโจมตีกรุงปารีส เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 130 คน โดยทางการได้สั่งยกระดับเฝ้าระวังภัยก่อการร้ายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
AFP Photo / VALERY HACHE