ความคืบหน้าปฏิบัตการกวาดล้างผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุรัฐประหารในตุรกี ล่าสุดจำนวนทหารที่ถูกจับกุมตัวเพิ่มเป็นเกือบ 3,000 นาย จำนวนนี้รวมถึง พลเอก อาเด็ม ฮาดูติ ผู้บัญชาการกองทัพภาคที่ 2 และพลเอก เออร์ดาล ออสเติร์ก ผู้บัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งมีกำลังทหารในบังคับบัญชามากที่สุด
ขณะเดียวกันหน่วยงานกำกับดูแลองค์กรตุลาการ ยังสั่งปลดผู้พิพากษา 2,745 คนทั่วประเทศ โดยบางส่วนถูกควบคุมตัวไว้ ซึ่งรวมถึงผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมญูญด้วย เนื่องจากต้องสงสัยว่าสนับสนุนการก่อรัฐประหาร
ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตจากการเข้าปราบปรามทหารที่ก่อเหตุเพิ่มเป็น 265 คน จำนวนนี้ 161 คนเป็น พลเรือนและตำรวจ ที่เหลือ 104 คน เป็นทหารผู้ก่อการรัฐประหาร
ขณะที่ ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐ เตือนรัฐบาลตุรกีไม่ควรเชื่อมโยงสหรัฐฯ กับเหตุรัฐประหารดังกล่าว เพราะจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ
นอกจากนี้ นาย โอบามา ยังเรียกร้องให้รัฐบาลตุรกียึดหลักนิติธรรมในการดำเนินคดีกับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร เนื่องจากมีความกังวลว่าการสั่งปลดและควบคุมตัวผู้พิพากษาหลายพันคนอาจส่งผลให้ขั้นตอนการพิจารณาคดีรวบรัดเกินไป
ด้านนายจอห์น แครี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐพร้อมพิจารณาส่งตัว นายเฟตฮุลเลาะห์ กูเลน นักการศาสนาชื่อดังชาวตุรกี ที่ลี้ภัยในรัฐเพนซิลวาเนีย ให้รัฐบาลตุรกีในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน หากได้รับการร้องขอและมีหลักฐานชัดเจนว่านายกูเลนอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุรัฐประหาร
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกประกาศเตือนภัยชาวอเมริกันให้พิจารณาทบทวนการเดินทางเยือนตุรกีในระยะนี้ อันเนื่องมาจากสถานการณ์รุนแรงที่ยังคงมีแนวโน้มเกิดขึ้น แม้รัฐบาลอังการาสามารถขัดขวางความพยายามก่อการรัฐประหารของทหารกลุ่มหนึ่งเอาไว้ได้ เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ รัฐบาลวอชิงตันยังออกคำสั่งจำกัดการเดินทางของเจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี โดยเฉพาะที่ฐานทัพอากาศอินเซอร์ลิคซึ่งกำลังถูกปิดล้อมจากการตัดระบบสาธารณูปโภคและการปิดน่านฟ้าเหนือฐานทัพ ด้านสายการบินสัญชาติอเมริกันทุกแห่งระงับให้บริการในเส้นทางเข้าออกระหว่างตุรกีเป็นการชั่วคราวเช่นเดียวกับสายการบินชั้นนำของโลกอีกหลายแห่ง