วันนี้ (18 ก.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกพงษ์ แก้วดี พยายามให้กำลังใจภรรยาที่อยู่ระหว่างนอนรักษาตัว ที่โรงพยาบาลศูนย์ตรัง หลังต้องเข้ารับผ่าตัดเป็นครั้งที่ 2 เมื่อตรวจพบว่า เธอตั้งครรภ์นอกมดลูก และการผ่าตัดครั้งแรก แพทย์เจ้าของไข้ทำการตัดปีกมดลูกผิดข้าง
นายเอกพงษ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากภรรยาตั้งครรภ์ได้ราว 7 สัปดาห์ และมีอาการปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน จึงพาไปรักษาตัวที่คลินิกแห่งหนึ่ง เมื่ออัลตราซาวด์ พบ การเต้นของหัวใจเด็กชัดเจน แพทย์ประจำคลินิกจึงวินิจฉัยว่า อาการนี้เป็นผลมาจากการตั้งครรภ์นอกมดลูกอยู่บริเวณปีกมดลูกด้านขวา จึงทำการส่งตัวมาผ่าตัดที่โรงพยาบาลศูนย์ตรัง แต่แพทย์เจ้าของไข้ประจำโรงพยาบาลนี้ กลับวินิจฉัยขัดแย้งกัน โดยระบุว่า จุดตั้งครรภ์อยู่บริเวณปีกมดลูกด้านซ้าย และได้ทำการผ่าตัดให้ ทั้งที่ไม่ได้อัลตราซาวด์ซ้ำ และญาติก็ได้ทักท้วงแล้ว จนกระทั่งกลับออกไปไม่นาน ภรรยาของเขาก็มีอาการเดิมอีกครั้ง เมื่อย้อนกลับไปให้คลินิกวินิจฉัย ก็พบว่า เด็กยังอยู่ที่มดลูกด้านขวา และมีการเจริญเติมโตมากกว่าเดิม
ผลเช่นนี้ทำให้ภรรยาของนายเอกพงษ์ต้องเข้ารับการผ่าตัดเป็นรอบที่ 2 และทำให้เขาไม่สามารถมีบุตรได้อีกนับจากนี้ นายเอกพงษ์ยืนยันว่า จะต่อสู้ โดยทำเรื่องร้องเรียนต่อกระทรวงสาธารณสุขและแพทยสภาให้ถึงที่สุด
ด้านผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ตรัง แพทย์หญิงจิรวรรณ อารยะพงษ์ เปิดเผยว่า รับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว พรุ่งนี้จะแถลงข่าวให้ทราบในรายละเอียดของการรักษาทั้งหมด แต่เบื้องต้นยืนยันว่า แพทย์ไม่ได้รักษาผิดพลาด แต่อาการที่เกิดขึ้นกับภรรยาของนายเอกพงษ์ เป็นการท้องนอกมดลูก 2 ข้าง ส่วนผลอัลอตราซาวด์ของคลินิกที่พบจุดตั้งครรภ์อยู่ที่ด้านขวา เป็นเพียงคลื่นเสียงเท่านั้น และหากไม่ผ่าตัดปีกลูกออก ผู้ป่วยจะตกเลือดและเสียชีวิตได้