จี้จริงจังแก้ปัญหารับน้องรุนแรง ป้องกันเหตุสูญเสียซ้ำรอย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เตือน “รับน้องโหด - ก๊งเหล้า” ผิดกฎหมาย แนะใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้มงวด ทำให้กิจกรรมรับน้องสร้างสรรค์และปลอดเหล้า

ข่าวดังกรณีการรับน้องของรุ่นพี่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งแม้ว่าหลังปรากฎเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ ตัวแทนรุ่นพี่จะออกมาชี้แจงว่าภาพที่เผยแพร่ออกไปนั้นเป็นเพียงการแสดง รวมทั้งยืนยันว่าภาพการดื่มแอลกอฮอล์แท้จริงแล้วในขวดเป็นเพียงน้ำชา ในขณะที่มหาวิทยาลัยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่สังคมยังคงวิจารณ์ถึงพฤติกรรมที่ดูรุนแรง และไม่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมรับน้องครั้งนี้

หนึ่งในนั้นคือ คำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา ที่ออกมากล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ปัญหาการรับน้องกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับสังคมไทย ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาตั้งคำถามถึงความถูกต้องเหมาะสม จนเลยเถิดบานปลายไปถึงขั้นใช้ความรุนแรงรวมถึงการล่วงละเมิดอนาจาร โดยมหาวิทยาลัยแทบทุกแห่งมักจะปากว่าตาขยิบ โครงการที่เขียนมาขออนุมัติกันก็เป็นเพียงหน้าฉาก เป็นพิธีกรรมที่ให้ดูดีดูเหมือนสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อสังคม แต่กลับซ่อนไว้ด้วยเนื้อในและกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมไม่สามารถกำกับติดตามได้จริง  เพราะไม่มีบุคลากรที่ลงไปดูแลได้ทั่วถึงจึงทำได้แค่ตรวจสอบจากรายงานการทำกิจกรรม ซึ่งส่วนใหญ่นักศึกษาก็จะส่งภาพที่ดีๆ ภาพสร้างสรรค์มาปรากฎในรายงาน แต่ของจริงที่เกิดขึ้นเป็นอีกด้านหนึ่งอย่างสิ้นเชิง  

เขาบอกว่า กิจกรรมรับน้องเป็นปัญหาที่ซุกไว้ใต้พรหมมานาน ไม่ใช่แค่กรณีนี้แต่ทุกปีจะมีข่าวรับน้องแบบนี้เกิดขึ้น มีนักศึกษาบาดเจ็บ ถูกล่วงละเมิด หรือบางรายถึงขั้นเสียชีวิต จากกิจกรรมที่อ้างว่าเพื่อความสามัคคีสัมพันธ์พี่น้อง ซึ่งนอกจากทัศนะค่านิยมที่ไม่ถูกต้องและขาดความรับผิดชอบของรุ่นพี่แล้ว เรื่องที่ควรตระหนักคือปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เริ่มตั้งแต่ในมหาวิทยาลัย ก่อนขึ้นรถบัสเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ รุ่นพี่บางคนมีอาการมึนเมาดื่มกันมาจากนอกรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว เนื่องจากในมหาวิทยาลัยถูกกำหนดให้เป็นสถานที่ ห้ามขายห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีความผิดทั้งผู้ขายและผู้ดื่ม รวมถึงการดื่มบนรถก็ผิดกฎหมายมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะเดียวกันสถานที่ที่รุ่นพี่ใช้จัดกิจกรรมรับน้อง เช่นโรงเรียน สถานที่ราชการ หรือสวนสาธารณะ มีกฎหมายห้ามขายห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กำหนดไว้อย่างชัดเจน ไม่เว้นแม้แต่เขตอุทยานก็มีกฎหมายเฉพาะห้ามไว้อยู่แล้ว

ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา ชี้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทุกปีต้องตั้งคำถามว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าได้ให้สนใจในเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน  ไล่มาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ตำรวจในพื้นที่ผู้อำนวยการโรงเรียน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการที่ดูแลสถานที่ดังกล่าว หัวหน้าอุทยาน ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เพราะเกือบทั้งหมดเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551และเขตอุทยานก็มีกฎหมายชัดเจน ดังนั้น หากทุกคนรู้หน้าที่เลิกคิดว่าธุระไม่ใช่ หากประชาชนผู้ที่พบเห็นช่วยกันแจ้งเบาะแสให้เกิดการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมโดยการถอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกจากกระบวนการรับน้อง ปัญหาจะลดลงอย่างแน่นอน

“อยากฝากไปยังนิสิตนักศึกษา โดยเฉพาะรุ่นพี่ควรทบทวนตัวเองและหันมาทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เคารพสิทธิเนื้อตัวร่างกายรุ่นน้อง โดยการไม่ใช้ความรุนแรง และจัดกิจกรรมที่ปลอดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของมึนเมาทุกชนิด ก่อนที่จะมีการเจ็บตายกันอีกจากความคิดที่ไม่ถูกต้อง เพราะขาดสติและไม่รู้เท่าทัน”  

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก: pantip.com

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ