เปรมวิชช์ สีห์ชาติวงษ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของสตอรี่ล็อก และฟิกชั่นล็อก กล่าวว่า ความแตกต่างระหว่าง Storylog และ Fictionlog คือ Storylog จะเป็นพื้นที่แบ่งปันเรื่องราว แนวประสบการณ์และความคิด ขณะที่ Fictionlog จะเป็นพื้นที่เขียน-ขายนวนิยาย ที่นักอ่านสามารถเข้ามาซื้อสนับสนุนนักเขียนได้โดยตรงแบบบทต่อบท สาเหตุที่ตัดสินใจขยายจาก Storylog เข้าสู่ตลาดนวนิยายใน Fictionlog เพราะมองเห็นปัญหาและ โอกาส นักเขียนนวนิยายหลายคนเจอกับปัญหา ไม่รู้ว่าจะไปเขียนนวนิยายลงออนไลน์ได้ที่ไหน ที่มีอยู่ในตลาดก็ไม่ตรงกลุ่มผู้อ่านมากนัก ทางทีมเลยเห็นโอกาสที่เราสามารถขยับอีกก้าวหนึ่ง เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้นักเขียนกลุ่มนี้
“การมาของ Fictionlog จะเป็นประโยชน์ต่อวงการในทุกส่วน จุดยืนของ Fictionlog คือนักเขียนต้องได้รับส่วนแบ่งที่มากขึ้น นักอ่านจ่ายในราคาที่น้อยลง เราอยากให้แฟร์ที่สุดกับทุกๆ ฝ่าย เช่นเรื่องลิขสิทธิ์ Fictionlog จะไม่ถือครองสิทธิ์ใดๆ ในงานเขียน ผลงานทุกชิ้นจะเป็นลิขสิทธิ์ของนักเขียน 100% สำนักพิมพ์ต่างๆ สามารถเข้ามาเลือกนวนิยายที่ถูกใจในแพล็ตฟอร์ม หรือติดต่อกับนักเขียนโดยตรงเพื่อตีพิมพ์ได้เลย ซึ่งจะเห็นได้ว่าโมเดลนี้มันสร้างประโยชน์ให้กับทุกฝ่าย ผมเชื่อว่า Ecosystem มันจะเติบโตไปได้ ต้องช่วยดึงกันในทุกๆภาคส่วน”
เปรมวิชช์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์วงการหนังสืออีกด้วยว่า ณ เวลานี้ คือยุคของ UGC หรือ User generated content ซึ่งทุกคนเป็นผู้สร้าง content ได้อย่างง่ายดาย เพราะเทคโนโลยีพร้อมและเข้าถึงทุกคนได้ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่จะทำให้หลายวงการต้องปรับตัว รวมถึงวงการหนังสือในอดีต ใครอยากเขียนหนังสือต้องผ่านสำนักพิมพ์เท่านั้น แต่ปัจจุบันนั้นไม่ใช่นวนิยายดังๆ หลายเรื่องเริ่มมาจากผู้เขียนแต่งเองลงเองผ่านอินเตอร์เน็ต บางเรื่องถึงโด่งดังถึงขนาดถูกหยิบมาทำมาเป็นภาพยนตร์ อย่าง The Martian เป็นต้น
สถิติตลาด E-book ใน US ปี 2014 มีหนังสือ Self-published ที่นักเขียนขายเอง โดยไม่ผ่านตัวกลางถึง 31% และยอดขายทั้งหมดใน Kindle 40% ก็มาจากหนังสือเขียนเองขายเองเหล่านี้ ยุคนี้มันคือยุคของ “โอกาส” ที่ถ้าใครอยากจะเป็นนักเขียนไม่ได้ยากเหมือนสมัยก่อนอีกต่อไป เขียนเอง ขายเอง โปรโมตเอง ได้แทบทุกขั้นตอน Fictionlog คงมาช่วยเสริมในจุดนี้ ที่ถ้าใครมีของ เราเป็นอีกช่องทางให้มาปล่อยของกัน ปลดปล่อยจินตนาการกันได้เต็มที่
วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ผู้เขียน “เถื่อนแปด” ใน Fictionlog กล่าวว่า Fictionlog เป็นโมเดลใหม่ที่น่าสนใจ และอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักเขียนไทยสามารถทำงานเขียนเป็นอาชีพได้อย่างเต็มตัว นักเขียนทุกวันนี้อาจจะชินกับการเขียนฟรี หรือเขียนแล้วได้เงินไม่มากนัก ทำให้ส่วนใหญ่ไม่สามารถเลี้ยงชีพกับงานเขียนได้ แต่ถ้าโมเดลนี้มันเกิดแล้วมีคนเข้ามาใช้ Fictionlog ก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ให้นักเขียนเกิดขึ้นในลักษณะอาชีพได้มากขึ้น เมื่อเขียนแบบบทต่อบทจึงต้องมีการทำงานทุกอาทิตย์ ต่างจากเวลาปกติที่กว่าจะเขียนเล่มหนึ่งต้องใช้เวลาเป็นปีหรือหลายเดือน
ไม่ต่างจาก เกรียงไกร วชิรธรรมพร ผู้กำกับชื่อดังจากซีรีส์ฮอร์โมน ซึ่งมีผลงานนิยายเรื่องแรกคือ “กานต์รัก” ที่มองว่า Fictionlog จะเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้กับนักเขียนรุ่นใหม่มากขึ้น ก่อนหน้านี้กว่าจะได้ตีพิมพ์หนังสือมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ทำให้เกิดชิ้นงานที่คัดกรองมาแล้วว่าผู้อ่านจะสนใจ Fictionlog น่าจะเป็นประโยชน์มากกับชิ้นงานทางเลือก อาจจะมีบ้างที่บางงานไม่ได้ถูกจริตในวงกว้าง ผู้เขียนก็จะได้เห็นชัดเจนว่างานของเรามีผู้อ่านมากน้อยแค่ไหน และเราอยากเป็นนักเขียนที่เขียนงานแบบไหนต่อไป น่าจะจุดประกายให้นักเขียนหน้าใหม่ๆ กล้าลองกล้าแหย่เท้าลงน้ำมากขึ้น แถมยังมีโอกาสได้ศึกษาตัวเองมากขึ้น ซึ่งขั้นตอนการเรียนรู้ศึกษาตัวเองคือสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการแจ้งเกิด
เช่นเดียวกับ วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ บรรณาธิการบริหารนิตยสาร GM ซึ่ง่รวมเขียนนิยายเรื่องแรกคือ “วินาทีไร้น้ำหนัก” เขามองว่าการเกิดขึ้นของ Fictionlog คือแพลตฟอร์มหรือพื้นที่ตรงกลางที่อำนวยความสะดวกให้คนอ่านและคนเขียนมาพบกัน และช่วยเปิดโอกาสให้การสร้างและการเสพเกิดขึ้นได้มากมายไร้ขีดจำกัด เทคโนโลยีดิจิตอลจะมาลดอำนาจของคนกลางและสื่อกลาง จะทำให้คนสร้างคอนเทนต์และคนเสพคอนเทนต์มาพบกันโดยตรง คนอ่านจ่ายเงิน คนเขียนรับเงิน Fictionlog เป็นอีกสุดขอบของแนวทางธุรกิจหนังสือ อีกไม่นานผู้อ่านก็จะเคยชินกับหน้าจอทัชสกรีนมากขึ้น ส่วนผู้เขียนก็จะยึดติดกับความรู้สึกว่า มีหน้ามีตาของสิ่งพิมพ์กระดาษลดลง อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวคำถามก็ย้อนกลับมาในเรื่องคุณภาพของคอนเทนต์บนดิจิตอล คุณภาพของคนสร้างและคนเสพ และจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ระบบธุรกิจหนังสือแบบเก่าจะยังดำรงอยู่ คนทำงานแบบเดิมจะยังมีอยู่ และจะคูลมากขึ้นกว่าเดิม การพิมพ์ การจัดจำหน่าย การคัดเลือกต้นฉบับ ก็จะพิถีพิถันและมีเวลาได้มากกว่าเดิม ผมเชื่อว่าการมีดิจิตอลเข้ามาสร้างโอกาสใหม่ และเป็นเสรีภาพในการสร้างและเสพ จะช่วยวงการหนังสือโดยรวมทั้งหมด ให้ขยับขยายตัวเองไปด้วยกัน
ขณะที่ นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ บรรณาธิการบริหารสำนักข่าวออนไลน์ TheMomentum.co กล่าวว่า Fictionlog จะช่วยเปิดมิติใหม่ของนวนิยายที่คนอ่านเป็นคนเขียน และสามารถมีส่วนร่วมในงานได้ด้วย แพล็ตฟอร์มนี้เป็นเรื่องใหม่มาก เพราะจะเป็นครั้งแรกที่คนเขียนได้รับฟีดแบ็กจากคนอ่านได้ในทันที และทำให้เกิดการโต้ตอบแบบทูเวย์คอมมูนิเคชั่น ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในอดีต เป็นมิติใหม่ของนวนิยายที่คนอ่านเป็นคนเขียน มีส่วนร่วมในงานได้ด้วย และถ้า Fictionlog ไปได้ดี จะเกิดประโยชน์มากในแง่ที่นักเขียนสามารถเลี้ยงตัวเองโดยที่ไม่ต้องทำอาชีพอื่น คือเขียนเป็นบทๆแล้วได้เงินด้วย เหมือนร้านหนังสือขนาดใหญ่ที่ไม่จำกัดพื้นที่ และเป็นเหมือนโซเชียลมีเดียย่อยๆ
เหล่านักเขียนและนักอ่านที่สนใจแพล็ตฟอร์มนวนิยายแนวใหม่ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มและทดลองอ่านทดลองเขียนใน Fictionlog ได้ที่ https://fictionlog.co/