เพจเฟซบุ๊กที่ว่านี้ ใช้รูปของนายกรัฐมนตรีและชื่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นภาษาอังกฤษ โพสต์ข้อความมีสาระสำคัญต่อว่า องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนนานาชาติ บทบาทของเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ไปจนถึงองค์การสหประชาชาติ ที่ไม่มีความเคลื่อนไหวใดต่อเหตุระเบิดครั้งนี้ เหมือนกับเมื่อเคยแสดงบทบาทต่อการยึดอำนาจ การประกาศกฎอัยการ และควบคุมความสงบของทหาร
ล่าสุดพลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันว่า เพจเฟซบุ๊กนี้ ที่กำลังส่งต่อกันในโลกออนไลน์ ไม่ใช่ของนายกรัฐมนตรี เพราะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เคยใช้เฟซบุ๊กและจะไม่ใช้ช่องทางนี้ สื่อสารเรื่องสำคัญกับประชาชน จึงขอความร่วมมือให้ทุกคนยุติการเผยแพร่ข้อความดังกล่าว เพราะจะสร้างความเสื่อมเสียแก่ภาพลักษณ์ของประเทศ
ทั้งนี้ ทีมนิวมีเดียพีพีทีวี ลองค้นหาคำว่า “ประยุทธ์ จันทร์โอชา เฟซบุ๊ก” ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ในกูเกิลเสิร์ชเอนจิ้น พบว่า สำหรับเฟซบุ๊กที่เป็นชื่อภาษาไทยว่า “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จะมีเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อดังกล่าวขึ้นมา 2 เพจ เมื่อค้นหาเป็นภาษาอังกฤษ จะมีเฟซบุ๊กชื่อ “prayuth chan-ocha” และ “Gen Prayut Chan o cha” ขึ้นมารวม 6 เพจ
โดยเนื้อหาที่นำเสนอในเพจเฟซบุ๊กจะเกี่ยวข้องกับภารกิจที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปฏิบัติในแต่ละวัน
อย่างไรก็ตาม สำหรับขั้นตอนการแจ้งปิดเพจเฟซบุ๊กจะยากกว่าการปลอมเฟซบุ๊ก แบบรายบุคคล หรือเฟซบุ๊กส่วนบุคคล ซึ่งความแตกต่างระหว่างเฟซบุ๊กส่วนบุคคล กับเพจเฟซบุ๊ก คือ เฟซบุ๊กส่วนบุคคลจะแอดเฟรนด์ได้ ส่วนเพจเฟซบุ๊กจะกด Like ได้เท่านั้น
ส่วนขั้นตอนการแจ้งปิดเพจเฟซบุ๊กต้องแจ้งไปยังเฟซบุ๊กพร้อมแนบหลักฐาน ซึ่งส่วนใหญ่เพจเฟซบุ๊กที่จะโดนปิด ต้องทำผิดเงื่อนไขการใช้เฟซบุ๊ก เช่น ขายอาวุธ หรือทำให้เกิดความเกลียดชัง เป็นกลุ่มก่อการร้าย ขณะที่การปิดเฟซบุ๊กส่วนบุคคลเจ้าของแอคเคาท์สามารถแจ้งไปที่เฟซบุ๊กและยืนยันตัวตนว่าเฟซบุ๊กที่แจ้งปิดเป็นแอคเคาท์ปลอมได้เลย