วันนี้ (15 ส.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ราคายางพาราตกต่ำส่งผลกระทบต่อเกษตกรใน จ.สงขลา ซึ่งส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำสวนยาง และหลายรายเริ่มหาพืชเศรษฐกิจตัวใหม่มาสร้างรายได้เสริมหรือทำเป็นอาชีพหลัก หนึ่งในนั้นคือการปลูกดอกดาวเรือง
เช่นที่สวนของ คุณอรัญ สุวรรณรักษา นายกเทศมนตรีตำบลปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา และภรรยา ซึ่งหันมาปลูกดอกดาวเรืองเป็นอาชีพเสริม และปลูกมาร่วม 5 ปี นเนื้อที่เพียงเกือบๆ 2 ไร่ และเป็นเกษตรกรรายแรกๆที่ปลูกดอกดาวเรือง และปัจจุบันถือว่าประสบความสำเร็จ สามารถตัดดอกดาวเรืองขายได้ตลอดทั้งปีมีลูกค้าทั้งขายปลีกและขายส่งสร้างรายได้หลายแสนบาทต่อรุ่นเลยทีเลย
คุณอรัญเผย หลังจากที่ราคายางพาราเริ่มตกต่ำ และได้มีโอกาสเดินทางไปดูงานหลายๆพื้นที่พบว่าดอกดาวเรืองเป็นพืชที่น่าสนใจจึงได้ทดลองปลูก โดยใช้พันธุ์มงคลทองเข้มและพันธุ์คาน่าโกล์ด ซึ่งเหมาะสมกับพื้นที่ในภาคใต้มากที่สุดโดยให้ผลผลิตดอกใหญ่และดกต้านทานต่อโรค แมลง แรกๆก็ประสบปัญหาด้านการตลาดบ้างเพราะยังไม่เป็นที่ยอมรับสู้ดอกดาวเรืองที่ส่งมาจากกรุงเทพฯหรือแหล่งปลูกในภาคกลางไม่ได้ แต่ต่อมาเป็นที่รู้จักและยอมรับของตลาดส่งขายทั้งหาดใหญ่และอีกหลายจังหวัดเช่น ตรัง และภูเก็ต
ในการปลูกดาวเรืองเฉลี่ยไร่ละ 8,000 ถึง 10,000 ต้น ใช้ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มหยอดเมล็ดจนเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 55 วัน ซึ่งหากมีการดูแลดีๆจะสามารถเก็บผลผลิตได้ 25 -30 ครั้ง หรือราว 4 เดือนก่อนที่จะถอนทิ้งและเริ่มปลูกรุ่นใหม่ ราคาขายส่งดอกดาวเรืองเริ่มตั้งแต่ 40 สตางค์ ถึง 2 บาทตามขนาดดอกจิ๋ว เล็ก กลาง ใหญ่ จัมโบ้ตามลำดับ
คุณอรัญ บอกว่า ดอกดาวเรืองสามารถเก็บขายได้ตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือน กรกฎาคม ราคาจะสูงเฉลี่ยดอกเล็ก 3 ดอก 10 บาท ส่วนดอกใหญ่ 5-10 บาท เนื่องจากแหล่งปลูกขนาดใหญ่ในทางภาคเหนือและภาคอีสานจะเป็นช่วงหน้าแล้งมีผลผลิตน้อยลง พ่อค้าแม่ค้าจึงหันมาสั่งดอกดาวเรืองที่สวนเพิ่มขึ้นมีรายได้ 50,000 – 60,000 ต่อสัปดาห์ ส่วนการปลูกและการดูแลจะประยุกต์และใช้วิธีธรรมชาติในการดูแลดอกดาวเรืองมากกว่าการใช้สารเคมีเพื่อลดต้นทุน และทดลองหันมาขยายพันธุ์ดอกดาวเรืองโดยใช้ยอดปลูกแทนการเพาะเมล็ดซึ่งพบว่ามีระยะเวลาในการให้ผลผลิตเร็วกว่าอยู่ที่ประมาณ 45 วัน