เว็บไซต์ Statista เปิดเผยข้อมูลเงินโบนัสที่ประเทศต่างๆ มอบให้เป็นรางวัลสำหรับนักกีฬาของตนเองที่คว้าเหรียญทองได้ในกีฬาโอลิมปิก ที่ริโอ โดยอันดับหนึ่ง เป็นของประเทศสิงคโปร์ ด้วยตัวเลขเงินโบนัส 753,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 26 ล้านบาท ซึ่ง โจเซฟ สคูลลิ่ง ฉลามหนุ่มวัย 21 ปี รับไปเหนาะๆ คนเดียว จากผลงานคว้าเหรียญทองเหรียญแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ ในการแข่งขันว่ายน้ำผีเสื้อ 100 เมตร แถมยังเป็นการปราบ ไมเคิล เฟลป์ส อีกด้วย
ส่วนอันดับที่สองยังอยู่แถวๆ บ้านเรา แต่ทิ้งห่างกันเกือบครึ่ง คือ อินโดนีเซีย มอบเงินโบนัส นักกีฬาเหรียญทอง 383,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 13 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้ นักกีฬาแบดมินตันคู่ผสมคว้าเหรียญทองมาได้แล้ว 1 เหรียญ ส่วนไทยเราก็ไม่น้อยหน้า ตามมาติดๆ อันดับที่ 3 คือ 10 ล้านบาท โดยเป็นตัวเลขจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งเหรียญทอง 2 เหรียญที่เราได้ตอนนี้ มาจากกีฬายกน้ำหนักทั้งคู่
ขณะที่อันดับอื่นๆ จำนวนเงินก็จะลดหลั่นกันไป แต่ที่น่าเสียใจคือ สหราชอาณาจักร ไม่มีเงินโบนัสให้สำหรับตรงนี้ โดยโอลิมปิกครั้งนี้ ข้อมูลวันที่ 20 ส.ค.59 นักกีฬาสหราชอาณาจักรกวาดมาแล้ว 24 เหรียญทอง เป็นอันดับ 2 ของตารางรองจากสหรัฐฯ ทั้งนี้ ข้อมูลเงินโบนัสดังกล่าว นับเฉพาะเงินที่รัฐบาลมอบให้เท่านั้น ไม่รวมถึงเงินสนับสนุนจากสปอนเซอร์และค่าตัวโฆษณาต่างๆ
ด้าน นายจอฟฟ์ ฮิวกิลล์ อดีตนักว่ายน้ำโอลิมปิกของออสเตรเลีย มองว่า จริงๆ แล้ว เงินอัดฉีดหรือเงินโบนัส ไม่ได้ช่วยกระตุ้นนักกีฬาให้ทำผลงานดีขึ้น แต่หากเป็นเหมือนการขอบคุณสำหรับความพยายามจนประสบความสำเร็จมากกว่า
อย่างไรก็ตาม รางวัลอัดฉีดสำหรับนักกีฬา บางครั้ง ก็ไม่ได้มีเฉพาะตัวเงินเท่านั้น อย่างเช่น เกาหลีใต้จะยกเว้นการเกณฑ์ทหารให้สำหรับนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จ หรืออย่างเยอรมนี ก็จะให้เบียร์ฟรีตลอดชีพ
ข้อมูลเพลท: ประเทศแจกเงินโบนัสนักกีฬาเหรียญทองมากที่สุด
สิงคโปร์ เหรียญละ 26 ล้านบาท
อินโดนีเซีย เหรียญละ 13 ล้านบาท
ไทย