เมื่อวันที่ 22 ส.ค.59 วุฒิสภาฟิลิปปินส์ได้เปิดการประชุมเพื่อสอบสวนการดำเนินนโยบายกวาดล้างยาเสพติดของรัฐบาลประธานาธิบดีโรดริโก้ ดูเตอร์เต้ โดยได้เชิญพยานทั้งฝ่ายครอบครัวผู้เสียชีวิตจากมาตรการดังกล่าว และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาให้ข้อมูล โดยมีคณะกรรมการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน และ คณะกรรมการเพื่อความสงบสาธารณะและยาเสพติดอันตราย เป็นผู้นำการประชุมครั้งนี้
ดูเตอร์เต้ได้ย้ำมาหลายครั้งแล้วว่าปฏิบัติการของตำรวจชอบด้วยกฏหมาย และการวิสามัญคนร้ายของเจ้าหน้าที่นั้นก็เป็นไปเพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น
ด้านหญิงท้องแก่รายหนึ่งซึ่งเป็นครอบครัวของผู้เสียชีวิต ยอมรับว่า สามีของเธอเป็นเข้าไปพัวพันกับคดียาเสพติดจริง แต่ได้รับการปล่อยตัวหลังติดสินบนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนกระทั่งทั้งสามีและพ่อตาของเธอ ถูกตำรวจ พาตัวไปอีกครั้ง ก่อนที่จะถูกวิสามัญ ซึ่งหญิงคนนี้บอกด้วยค่ะว่า ตำรวจกระทำการทั้งหมดโดยไม่มีหมายจับ
ด้านพลตำรวจเอกโรนัลด์ เดลา โรซ่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของฟิลิปปินส์ ให้การว่าตั้งแต่ดำเนินการมาตรการปราบปรามยาเสพติด มีผู้ต้องสงสัยที่ถูกทางตำรวจวิสามัญไปแล้วกว่า 712 คน อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้เสียชีวิตอีกจำนวนมากที่ไม่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทางตำรวจเองก็กำลังดำเนินการสืบสวนอยู่
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษย์ชนของสหประชาชาติสองคน ได้วิจารณ์นโยบายกวาดล้างยาเสพติดของผู้นำฟิลิปปินส์ว่า เป็นเหมือนการยั่วยุให้เกิดความรุนแรงและการเข่นฆ่า ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมตามกฏหมายสากล
ซึ่งก็ทำให้ ประธานาธิบดีดูเตอร์เต ผู้ได้รับสมญานามว่ามือปราบปืนโหด ตอบโต้โดยขู่ว่าจะให้ฟิลิปปินส์ถอนตัวจากสหประชาชาติ และหาว่าสหประชาชาติเองก็เป็นองค์กรที่ไร้ประโยชน์ เพราะไม่สามารถจัดการกับปัญหาความยากจนและก่อการร้ายได้
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฟิลิปปินส์ ก็ได้ออกมาชี้แจงในวันนี้ว่า ฟิลิปปินส์ ไม่ได้มีเจตนาที่จะออกจากการเป็นสมาชิกสหประชาชาติตามที่ผู้นำฟิลิปปินส์ ได้พูดไว้ โดยระบุว่าการกล่าววาจาฉุนเฉียวของอดีตผู้ว่าเมืองดาเวานั้นเป็นเพียงการแสดงความผิดหวัง และคับข้องใจ
สงครามยาเสพติดภายใต้รัฐบาลดูเตอร์เต้
สถิติตัวเลขของการทำสงครามกับยาเสพติด นับตั้งแต่ นายโรดริโก ดูเตอร์เต้ ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขล่าสุด ที่เปิดเผยโดย พลตำรวจเอกโรนัลด์ เดลา โรซ่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของฟิลิปปินส์ ในการให้ข้อมูลต่อวุฒิสภาเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา
โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตำรวจฟิลิปปินส์ได้ดำเนินปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดมาแล้ว 6,000 ครั้ง และมีการวิสามัญฆาตกรรมผู้ต้องสงสัยจำนวน 712 คน
อย่างไรก็ตาม นายเดลา โรซ่า เองยอมรับว่า มีผู้ต้องสงสัยที่ถูกสังหารโดยไม่ได้เป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ 1,067 คน ซึ่งทางตำรวจเชื่อว่าส่วนใหญ่เป็นการฆ่าตัดตอนของเจ้าพ่อแก๊งค้ายาต่างๆ และกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนเช่นกัน เท่ากับว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากสงครามกวาดล้างยาเสพติดในฟิลิปปินส์สูงเกือบ 1,800 คน
ผู้บัญชาการตำรวจฟิลิปปินส์ ก็ย้ำด้วยว่าไม่สนับสนุนการตั้งศาลเตี้ยหรือสังหารผู้ต้องสงสัยด้วยวิธีการนอกกฎหมาย และยืนยันที่จะนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ นอกเหนือจากผู้ต้องสงสัยที่ถูกวิสามัญที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็ต้องยอมรับว่ามาตรการกวาดล้างยาเสพติดอย่างเด็ดขาดภายใต้รัฐบาลนายดูเตอร์เตนั้นเห็นผลชะงัดเหมือนกัน จากการที่มีผู้ค้าและผู้เสพย์กว่า 600,000 คน พากันมามอบตัวกับตำรวจ ขณะที่นับตั้งแต่เริ่มเปิดสงครามกับยาเสพติดรอบใหม่มา ทางตำรวจสามารถยึดของกลางมาได้แล้วเป็นมูลค่าถึง 4,500 ล้านบาท
และนโยบายกวาดล้างยาเสพติดอย่างเด็ดขาดนี้เอง ที่ทำให้นายดูเตอร์เต ผู้ได้ชื่อว่าเป็น มือปราบปืนโหด หรือ ผู้ลงทันฑ์ ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชนชาวฟิลิปปินส์ จะเห็นได้จากผลสำรวจล่าสุดของ Pulse Asia เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นายดูเตอร์เต้ยังได้รับความไว้วางใจจากประชาชนสูงถึง 91%
สงครามยาเสพติดฟิลิปปินส์ VS สิทธิมนุษยชน
ท่าทีระหว่างสหประชาชาติและประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ จะนำไปสู่อะไรฟังการวิเคราะห์จาก คุณกวี จงกิจถาวร ผู้สื่อข่าวพิเศษ PPTV HD