นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปิดบริการตู้ ATM บางส่วนชั่วคราว หลังเงินในตู้หายไป โดยครั้งแรกพบ 5 ตู้ ต่อมาพบว่าเป็นการโจรกรรม โดยใช้โปรแกรมมัลแวร์ ทำให้เงินหายไป 12,291,000 บาท จาก 21 ตู้ เหตุเกิดในพื้นที่ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
ผู้อำนวยการธนาคารออมสินระบุว่า คนร้ายติดตั้งโปรแกรมที่ตู้เอทีเอ็ม ใช้บัตรที่ออกในต่างประเทศ เลือกกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มยี่ห้อ NCR ล่าสุดได้ปิดตู้เอทีเอ็ม ยี่ห้อ NCR ทั้งหมดแล้ว ส่วนตู้เอทีเอ็มยี่ห้ออื่นๆ ใช้งานได้ตามปกติ
ปัจจุบันมีธนาคารพาณิชย์ของไทยใช้ตู้เอทีเอ็มยี่ห้อ NCR ประมาณ 10,000 ตู้ ธนาคารออมสินใช้ 4,000 ตู้ ล่าสุดกำลังเจรจาให้บริษัทผู้ผลิตที่สก๊อตแลนด์ ชดเชยความเสียหาย หากไม่ชดใช้อาจยกเลิกใช้ตู้และได้แจ้งความดำเนินคดีคนร้ายกับตำรวจไว้แล้ว
เหตุโจรกรรมลักษณะนี้ล่าสุดเกิดที่ไต้หวัน เมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เงินสดไป 86 ล้านบาท ตำรวจไต้หวันจับกุมชาวรัสเซียและยุโรปได้ 3 คน ทีมสืบสวนพบว่าคนร้ายใช้โทรศัพท์มือถือแฮกข้อมูล