จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ รุมประณามโสมแดงยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำ (คลิป)

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ร่วมกันประณามการทดสอบยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือ

ถือว่าเป็นภาพที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักกับการที่ผู้แทนจากจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งปัจจุบันก็ยังประเด็นขัดแย้งระหว่างกันจะออกมาแสดงจุดยืนร่วมกันในการประณามการทดสอบยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำของครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือเมื่อช่วงเช้ามืดเมื่อวานนี้ (24 ส.ค.59) ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างที่ 3 ฝ่ายร่วมประชุมกันอยู่ที่กรุงโตเกียว 

โดยนายฟุมิโอะ คิชิดะ รัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่น ระบุว่า การปล่อยขีปนาวุธของเกาหลีเหนือนั้นเป็นสิ่งพฤติกรรมยั่วยุที่ยอมรับไม่ได้   อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ เองก็เห็นพ้องว่าจะอดกลั้นพฤติกรรมของเกาหลีเหนือ และหวังว่าร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนความพยายามของนานาชาติที่จะรักษาเสถียรภาพในคาบสมุทรเกาหลี

ด้านนายยุน บยอง-เซ รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้  กล่าวประณามการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือว่า เป็นการประท้วงโดยใช้อาวุธ เพื่อตอบโต้การซ้อมรบประจำปีระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ที่เริ่มขึ้นวันเดียวกันนี้

ขณะเดียวกัน นายยุน ยอมรับว่า ศักยภาพขีปนาวุธของเกาหลีเหนือมีการพัฒนาที่รวดเร็วมาก หลังจากมีการทดสอบหลายครั้งในปีนี้  ซึ่งเกาหลีใต้เองก็มีความกังวล เช่นเดียวกันกับจีนและญี่ปุ่น

ขณะที่ นาย หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ย้ำว่า จีนไม่เห็นด้วยกับคำพูดหรือการกระทำใดๆ ที่จะเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาค  ซึ่งเป็นท่าทีเดียวกับตอนที่จีนแสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ของสหรัฐในเกาหลีใต้ ที่ทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงกันไปเมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา  

นายอี้ กล่าวอีกว่า แม้ว่าจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน จะมีปัญหาระหว่างกันหลายอย่าง  แต่เมื่อเกิดภัยคุกคามระดับภูมิภาค เช่น ความทะเยอทะยานของเกาหลีเหนือที่จะพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์  ทั้ง 3 ชาติ ก็สามารถร่วมมือกันได้

จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ มีกรณีขัดแย้งระหว่างกันหลายกรณี  ที่สำคัญๆ คือ กรณีพิพาทน่านน้ำ และประวัติศาสตร์สมัยสงคราม  โดยทั้งสามชาติเพิ่งจะกลับมาจัดให้มีการประชุมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศเมื่อปีที่ผ่านมา หลังจากว่างเว้นไป 2 ปี เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่นที่ตึงเครียดขึ้น

         

เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุด

การทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือ และชนิดของขีปนาวุธที่ถูกยิงในครั้งนี้มีรายละเอียดอย่างไรมาดูกัน

เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธดังกล่าว เมื่อเวลา 05.30 น. (24 ส.ค.59) ตามเวลาท้องถิ่น จากเรือดำน้ำ ใกล้กับเมืองท่า ซินโป ทางตะวันออกของประเทศ 

ซึ่งการทดสอบประสบความสำเร็จ โดยขีปนาวุธถูกยิงไปไกลกว่า 500 กิโลเมตร ก่อนจะตกลงในน่านน้ำทะเลญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ในเขตป้องกันภัยทางอากาศของญี่ปุ่น (ที่เห็นเป็นแนวเส้นประ)  

ถือเป็นครั้งแรกที่ขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือเข้ามาถึงเขตป้องกันภัยทางอากาศของญี่ปุ่น

ทั้งนี้ สำนักข่าวยอนฮัป รายงานว่า ขีปนาวุธดังกล่าวถูกยิงในองศาที่ค่อนข้างสูง ซึ่งหากยิงในองศาปกติ ขีปนาวุธนี้อาจจะไปได้ไกลถึง 1,000 กิโลเมตร

สำหรับขีปนาวุธรุ่น KN-11 หรือที่รู้จักในอีกหลายชื่อ เช่น โพลาริส-1 หรือ โนดอง-ดี  เป็นขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์ ประเภทที่ยิงจากเรือดำนำ (SLBM) ที่พัฒนามาจาก ขีปนาวุธ R-27  และโครงการเกี่ยวกับขีปนาวุธ R-29 และ R-29RM ของโซเวียต โดยขีปนาวุธต้นแบบของโซเวียตนั้นมีพิสัยทำการระหว่าง 2,000-6,000 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม ขีปนาวุธรุ่น KN-11 ของเกาหลีเหนือมีพิสัยยิงไกลที่สุดที่ 500 กิโลเมตร จากการทดสอบที่ประสบความสำเร็จครั้งล่าสุด  

ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือมีการทดสอบขีปนาวุธรุ่น KN-11 มาแล้ว 10 ครั้ง แต่เพิ่งจะประสบความสำเร็จในการทดสอบยิงจากเรือดำน้ำเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา แต่ครั้งนั้น ขีปนาวุธไปได้ไกลเพียง 30 กิโลเมตร เท่านั้น  ผิดจากเป้าหมาย 300 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพิสัยขั้นต่ำของขีปนาวุธประเภทเดียวกัน อย่างมาก


ศักยภาพขีปนาวุธเกาหลีเหนือ

คราวนี้เรามาดูกันว่า เกาหลีเหนือมีขีปนาวุธไว้ในครอบครองกี่ประเภท และแต่ละแบบมีพิสัยการยิงแค่ไหน

ณ ปัจจุบันนี้ เชื่อว่าเกาหลีเหนือมีขีปนาวุธมากกว่า 1,000 ลูก รวมถึงขีปนาวุธพิสัยไกลที่ยิงข้ามฟากไปยังสหรัฐอเมริกาได้

เกาหลีเหนือมีการพัฒนาขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ประสบความสำเร็จในการสร้างขีปนาวุธแบบสกั๊ด ซึ่งเป็นขีปนาวุธพิสัยใกล้ ที่มีชื่อว่า ฮวาซ่ง 5 และ ฮวาซ่ง 6 ในช่วงทศวรรษที่ 1980 ที่มีระยะยิง 300 และ 500 กิโลเมตรตามลำดับ

จากนั้นก็พัฒนาสู่ขีปนาวุธพิสัยกลางโนดอง ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า ฮวาซ่ง 6 เกือบครึ่ง พิสัย 1,300 กิโลเมตร ซึ่งสามารถยิงไกลถึงเมืองสำคัญๆ และฐานทัพทุกแห่งของสหรัฐฯบนเกาะญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามสถาบันนานาชาติเพื่อศึกษาเชิงกลยุทธ์ เชื่อว่า โนดอง ยังไม่มีความแม่นยำมากพอที่จะทำลายฐานทัพสหรัฐฯ แต่อาจทำให้เกิดความสูญเสียขั้นอันตรายต่อพลเมืองญี่ปุ่น โดยเกาหลีเหนือทำการทดสอบหลายครั้ง ในปี 2006, ปี 2009 และปี 2014 แต่แทบไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด

ถัดมาเป็นขีปนาวุธพิสัยกลาง แตโปดอง 1 ซึ่งเป็นขีปนาวุธ 3 ตอนลูกแรกของเกาหลีเหนือ พิสัยอยู่ที่ราว 2,200 กิโลเมตร แต่ความแม่นยำต่ำกว่าโนดอง โดยทดสอบประสิทธิภาพครั้งแรกเมื่อปี 1998 ด้วยการยิงขึ้นไปบนน่านฟ้าญี่ปุ่น แต่ล้มเหลว ซึ่งสร้างความโกรธเคืองให้แก่ญี่ปุ่นที่มองว่าเป็นการยั่วยุ แต่เกาหลีเหนืออ้างว่า เป็นการปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรโลก

ประเภทที่ 3 ก็คือ ขีปนาวุธพิสัยกลางมูซูดัน ระยะยิงไกลสุดถึง 4,000 กิโลเมตร สามารถโจมตีเป้าหมายได้แทบทุกจุดในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น รวมถึงเกาะกวม อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังทดสอบไม่สำเร็จ โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เกาหลีเหนือเพิ่งทำการทดสอบครั้งล่าสุด เพื่อเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิด 104 ปี ของอดีตประธานาธิบดีคิมอิลซุง แต่ล้มเหลวไม่เป็นท่า

นอกจากนี้ยังมีขีปนาวุธพิสัยไกล หรือขีปนาวุธข้ามทวีป แตโปดอง 2 พิสัย 6,000 กิโลเมตร ซึ่งมีรัศมีครอบคลุมถึงอลาสก้า และฮาวาย โดยมีการทดสอบตั้งแต่ปี 2006 แต่ล้มเหลว จนกระทั่งครั้งสุดท้ายช่วงปลายปี 2012  จึงประสบความสำเร็จ

และขณะนี้เกาหลีเหนือกำลังพัฒนา แตโปดอง 3 ที่มีระยะยิงไกลราว 10,000-12,000 กิโลเมตร และนอกจากขีปนาวุธที่เป็นอาวุธร้ายแรงแล้ว เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือยังประกาศว่า ทดสอบระเบิดไฮโดรเจน หรือ H-bomb ความสำเร็จ ซึ่งมีอานุภาพร้ายแรงกว่าระเบิดนิวเคลียร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองมาก แม้นานาชาติจะไม่สามารถตรวจสอบว่า การทดสอบครั้งนี้สำเร็จจริงหรือเปล่า แต่ความเคลื่อนไหวของโสมแดงก็ทำให้สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีทวีตึงเครียดขึ้นอย่างมาก

 

ขีปนาวุธโสมแดง ก้าวไปอีกขั้น

การทดสอบยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือล่าสุด ถือเป็นความสำเร็จอีกขึ้น และเป็นการส่งสัญญาณถึงศักยภาพทางการทหารที่แท้จริงของเกาหลีเหนือ

การทดสอบยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือครั้งล่าสุดนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งถึงศักยภาพที่แท้จริงของกองทัพโสมแดง ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีที่สร้างความกังวลให้กับนานาชาติ

การยิงขีปนาวุธในวันนี้ เป็นการยิงจากเรือดำน้ำ ซึ่งตรวจจับได้ยาก และทำให้เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์จากจุดใดก็ได้ที่ส่งเรือดำน้ำไปปฏิบัติการ

ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้พัฒนาและทดสอบขีปนาวุธ รวมถึงอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงในห้องทดลองใต้ดิน อย่างต่อเนื่อง

แม้การทดสอบหลายครั้งจะไม่สบประสบความสำเร็จ แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้นานาชาติออกมาประกาศมาตรการคว่ำบาตรเพื่อกดดัน และลดทอนความสามารถในการพัฒนาอาวุธของเกาหลีเหนือ

แต่เหตุการณ์ในวันนี้ ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพล่าสุดของประเทศที่มักจะถูกมองว่าทำไม่ได้อย่างที่โอ้อวดไว้

หากดูตัวเลขการประเมินศักยภาพกองทัพเกาหลีเหนือเผินๆ  จำนวนกำลังทหาร 7 แสนคน และ กำลังสำรอง 4 ล้าน 5 แสนคน ของเกาหลีเหนือนั้นอยู่อันดับ 25 ของโลก ต่ำกว่า ประเทศไทยที่อยู่ที่อันดับ 20

แต่หากดูจำนวนเรือดำน้ำของกองทัพเกาหลีเหนือ จะเห็นว่าเกาหลีเหนือมีเรือดำน้ำ ทั้งสิ้น 78 ลำ ซึ่งถือว่าเป็นฝูงเรือดำน้ำที่ใหญ่ที่สุดในบรรดากองทัพทั่วโลก

และที่เป็นห่วงยิ่งกว่าก็คือ ระบบป้องกันขีปนาวุธพิสัยไกล หรือ THAAD ที่สหรัฐอเมริกาจะติดตั้งในเขตแดนของเกาหลีใต้ ในทางปฏิบัติแล้ว ไม่มีศักยภาพในการตรวจจับและทำลายอาวุธที่ยิงจากเรือดำน้ำ

ความสำเร็จของเกาเหลีเหนือในการใช้เรือดำน้ำยิงขีปนาวุธครั้งนี้ จึงเท่ากับเป็นการขู่ว่า ต่อให้นำระบบป้องกันขีปนาวุธมาประจำการในเกาหลีใต้ ก็ไม่อาจกำจัดความเสี่ยงจากการโจมตีของเกาหลีเหนือได้

ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือ มักจะตอบโต้การซ้อมรบประจำปีของสหรัฐและเกาหลีใต้เสมอ  แต่ครั้งนี้ถือว่าแตกต่างจากครั้งก่อนๆ  เพราะแสดงถึงความก้าวหน้าอีกขั้นของเกาหลีเหนือในการพัฒนาอาวุธสงคราม  นับตั้งแต่การทดสอบยิงขีปนาวุธหลายครั้ง  การสังเคราะห์สารเพื่อผลิตหัวรบนิวเคลียร์ การทดสอบระเบิดไฮโดรเจน จนล่าสุด เป็นการยิงขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์จากเรือดำน้ำ ที่วันนี้มีพิสัยทำการถึง 500 กิโลเมตร

ถือเป็นปฐมบทที่บ่งชี้ว่าศักยภาพขีปนาวุธของโสมแดงภายใต้การนำของนายคิม จอม อึน...ได้ก้าวไปอีกขั้นแล้ว

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ