วันนี้ (30 ส.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านที่เลี้ยงกุ้งก้ามแดงประสบความสำเร็จมีรายได้เสริมรายละไม่ต่ำกว่า 2,000-5,000 ต่ออาทิตย์ และการจำหน่ายพันธุ์กุ้งก้ามแดง สามารถนำกุ้งตัวผู้ไปจำหน่ายทำเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู เนื้อนุ่ม รสชาติอร่อย ซึ่งจำหน่ายได้ตัวละไม่ต่ำกว่า 800 บาท
นายทวี ชุมสิทธิ์ ชาวบ้านตำบลช้างข้าม เล่าว่า หลังจากที่ได้ศึกษาเรื่องการเลี้ยงกุ้งกามแดงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงนำพันธุ์ก้ามแดงมาจากออสเตรเลียเพื่อพระราชทานให้กับเกษตรกรนำไปเลี้ยงและขยายผลต่อไปให้เกษตรกรทั่วไปได้ทดลองเลี้ยงจนประสบความสำเร็จ จึงได้นำพันธุ์กุ้งมาเลี้ยงจำนวน 27 บ่อเล็ก และขยายพันธุ์ออกจำหน่ายจนประสบความสำเร็จสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวเป็นอย่างดี ลงทุนน้อยโดยใช้อาหารกุ้งทั่วไป และอาศัยสาหร่ายน้ำจืดมาเป็นอาหารเสริมทำให้กุ้งเจริญเติบโตได้เร็ว โดยเลี้ยงพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ประมาณ 45 วัน กุ้งจะเริ่มผสมพันธุ์และไม่เกิน 2 อาทิตย์ก็จะออกเป็นตัว แม่พันธุ์ 1 ตัว สามารถออกลูกได้ประมาณ 150 - 200 ตัว เลี้ยงให้โตจนกระทั่งลูกกุ้งมีลำตัวความยาว 1 นิ้ว จะสามารถขายได้ในราคาตัวละ 8 บาท อายุ 3 เดือนจะขายเป็นแม่พันธุ์ได้ตัวละ 350 บาทหากเลี้ยง เกินจาก 3 เดือนจะจำหน่ายเป็นชุด คือตัวผู้ 1 ตัว ตัวเมีย 2 ตัว จำหน่ายชุดละ 800 บาท ส่วนตัวผู้จะส่งขายตามภัตตาคาร
ขณะนี้ได้ขยายผลให้เกษตรกรในพื้นที่ตำบลช้างข้ามและตำบลกระแจะ อ.นายายอาม เลี้ยงพร้อมทั้งให้ความรู้ด้านเทคนิคในการเลี้ยงด้วยและสร้างเป็นกลุ่มได้จำนวน 22 ราย ซึ่งการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงนี้สามารถสร้างรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำ นอกจากนี้ยังมีผู้เลี้ยงกุ้งจากที่อื่นๆสั่งจองมาในกลุ่มสมาชิกอีกจนกระทั่งผลิตไม่ทัน ซึ่งสมาชิกแต่ละรายเลี้ยงแม่พันธุ์แค่รายละ 1,000- 2,000 ตัวเท่านั้น สามารถสร้างรายได้เพิ่มเกินความคาดหมาย ภายหลังจากเก็บเกี่ยวผลไม้เรียบร้อยแล้ว เพราะกุ้งก้ามแดงเลี้ยงง่ายทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศต้นทุนต่ำกำไรสูงปัญหาเรื่องโรคยังไม่พบมีเพียงแค่ลอกคราบไม่ออกจะทำให้กุ้งตายแต่จะมีจำนวนน้อยมาก ฉะนั้นเกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งก้ามแดงจึงหมดปัญหาเรื่องโรคมีอัตราเสี่ยงน้อยกว่าการเลี้ยงกุ้งอื่นๆ