วันนี้ (3 ก.ย. 59) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในการปิดการประชุมสันติภาพปางโหลง ศตวรรษที่ 21 ซึ่งมีตัวแทนจากชนกลุ่มน้อยติดอาวุธ 17 จากทั้งหมด 20 กลุ่ม ร่วมหารือกับหลายฝ่ายทั้งรัฐบาล กองทัพ และพรรคการการเมือง นางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา ยืนยันว่ารัฐบาลจะสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในประเทศให้ได้
ขณะที่นายขิ่น ซอ โอ เลขาธิการคณะกรรมการธิการ เปิดเผยว่าตัวแทนชนกลุ่มน้อยได้เสนอให้ร่างรัฐธรรมณูญใหม่ทั้งฉบับ แต่กองทัพต้องการให้ใช้รัฐธรรมณูญฉบับปัจจุบันต่อไป โดยยอมให้แก้ไขได้เพียงบางส่วน ทำให้การพูดคุยต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ
ส่วนนายโช โช คยอ ลิน ตัวแทนพรรคการเมือง ระบุว่าการประชุมสันติภาพครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ เนื่องจากตัวแทนจากฝ่ายต่างๆ มีความคิดไปในทิศทางเดียวกันคือไม่ต้องการเห็นสิ่งเลวร้ายในอดีตเกิดขึ้นซ้ำรอยอีก
สำหรับสัญญาปางโหลงเกิดขึ้นในปี 1947 ที่เมืองปางโหลง โดยมีนายพลอองซาน นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นและบิดาของนางอองซาน ซูจี เป็นผู้ร่วมลงนาม โดยสาระสำคัญคือการที่รัฐบาลสัญญาว่าจะให้สิทธิชนกลุ่มน้อยในการปกครองตนเองและแยกตัวเป็นรัฐอิสระ หากร่วมมือกับรัฐบาลต่อสู้เพื่อประกาศเอกราชจากอังกฤษ
แต่เพียง 1 ปีถัดมา นายพลอองซานถูกลอบสังหาร ทำให้สัญญาดังกล่าวไม่เคยมีผลในทางปฏิบัติ ทำให้ชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มโดยเฉพาะตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา จับอาวุธต่อสู้กับรัฐบาลเมียนมาเพื่อแยกตัวเป็นอิสระ