สนช. ชี้กรณี “น้องบอส” เกิดขึ้นจากสถาบัน-สกอ. ไม่จริงจังตามข้อบังคับ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สนช. นำกรณี “น้องบอส” เข้าที่ประชุม เตรียมออกกฎกระทรวงคุมเข้ม ด้านผู้อำนวยการบ้านกาญจนาภิเษก จี้สร้างกระบวนการเยียวยายกระดับนโยบาย

วันนี้(14 ก.ย. 2559) นายตวง อันทะไชย ประธานกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวถึงกรณีที่เกิดเหตุการณ์ นายโชคชัย ทองเนื้อขาว หรือ น้องบอส อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ที่เข้าร่วมกิจกรรมกับรุ่นพี่จนได้รับอันตรายว่า ในวันพรุ่งนี้กรรมาธิการฯ เตรียมนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม เพื่อหารือแนวทางการป้องกันแก้ไขสร้างบรรทัดฐาน ในการจัดกิจกรรมของสถาบันต่างๆ ไม่ให้เกิดความรุนแรงซ้ำอีก ซึ่งจะต้องหาจุดที่บกพร่องและความชัดเจน ของประกาศสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ที่มีอยู่ก่อนแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมามีการบังคับใช้ไม่จริงจังต่อเนื่อง ซึ่ง สกอ.และสภานิสิตนักศึกษา ผู้บริหารต้องเข้มงวดจริงจังมากกว่านี้ อะไรที่ส่อไปในทางละเมิดสิทธิหรือผิดกฎหมายก็ต้องงดเว้นเด็ดขาด

"หากยังมีกิจกรรมที่ไม่สร้างสรรค์แบบนี้อีก คงต้องยกระดับออกเป็นกฎกระทรวง เพื่อคุมเข้มป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก ซึ่งเข้าใจเจตนาของการรับน้องหรือทำกิจกรรมเพื่อให้เกิดความรักสามัคคีในสถาบัน แต่ต้องต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วย"

ด้าน นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย)บ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า หลายปีกิจกรรมทั้งภายในและนอกรั้วมหาลัย มีบางกิจกรรมที่รุนแรงไม่สร้างสรรค์ ดังนั้นขอเรียกร้องให้สถาบันต่างๆ ประกาศจุดยืนการรับน้อง หรือกิจกรรมอื่นใดที่ไม่รุนแรงในทุกรูปแบบ โดยชี้ให้เห็นว่ามีผลทางกฎหมาย อย่างกรณีของน้องบอสที่ต้องขวัญหายไปหลายวันพ่อแม่แทบใจสลาย และแม้จะไม่ติดใจรุ่นพี่หรือมหาวิทยาลัย แต่คนที่ถือกฎหมายและเจ้าหน้าที่ของรัฐกำลังทำอะไรกันอยู่ จุดอ่อนคือการบังคับใช้กฎหมาย หรือไม่จริงจังแก้ปัญหาไม่ชัดเจน ที่สำคัญมหาวิทยาลัยต้องเป็นแบบอย่างแสดงความกล้าหาญและมีจริยธรรม ไม่ปกปิดบิดเบือนเพราะนั่นจะเป็นการสอนเด็กให้สร้างพื้นที่สีเทา เหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญให้กับรุ่นพี่ไม่ให้ส่งต่อความรุนแรงนี้อีก

"มหาวิทยาลัยควรมีกระบวนการเยียวยาผู้ถูกกระทำให้ชัดเจน และรวมไปถึงผู้ก่อเหตุซึ่งไม่ควรละเลย ต้องมีกระบวนการช่วยเหลือเยียวยาเช่นกัน หากทำความเข้าใจและเห็นบทเรียนที่ก้าวพลาดของตัวเอง จะสามารถบอกกับสังคมได้ถึงบทเรียนนี้ ซึ่งจะเป็นทางหนึ่งที่ทำให้ผู้กระทำและอาจรวมไปถึงครอบครัว ไม่จมอยู่กับความทุกข์ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ที่สำคัญควรให้คำมั่นว่าจะไม่เดินซ้ำรอยเดิมอีก และจะร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมให้ดีขั้นได้อย่างไร ขอย้ำอีกครั้งว่าปัญหานี้ป้องกันแก้ได้ อยู่ที่การยอมรับความจริงและแก้ไขมันอย่างจริงจัง"

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ