วันนี้ (15 ก.ย. 59) ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพหนี้ภาคครัวเรือน 2559 พบว่า ประชาชน 85.7 เปอร์เซ็นต์ มีหนี้ภาคครัวเรือน เพิ่มขึ้น 20.2 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยจำนวนหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 298,005 บาท จากปีก่อนที่อยู่ 248,004 บาท หรือเพิ่มขึ้นครัวเรือนละ 50,000 บาท ถือว่าสูงที่สุดในรอบ 9 ปีตั้งแต่มีการสำรวจมา โดยแบ่งเป็นหนี้นอกระบบ 37.7 เปอร์เซ็นต์ และหนี้ในระบบ 62.3 เปอร์เซ็นต์ โดยมีผู้ที่เคยประสบปัญหาการชำระหนี้สูงถึง 74.8 เปอร์เซ็นต์
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ปัจจุบันหนี้ภาคครัวเรือนอยู่ในระดับ 80 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ซึ่งภาระหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจระยะยาว ทำให้ภาคธนาคารชะลอการปล่อยสินเชื่อ และภาคประชาชนจะใช้จ่ายน้อยลง อย่างไรก็ตามยังมองว่ายังไม่น่าเป็นกังวล เนื่องจากเชื่อว่าภาระหนี้ครัวเรือนจะชะลอลง
สำหรับการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ประชาชนส่วนใหญ่มองว่า จะต้องแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ขณะการหาแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยจะต้องอยู่ในระดับต่ำและลดข้อจำกัดของการเข้าหาแหล่งเงินทุน รวมถึงการสร้างงานเพื่อกระจายรายได้