วันนี้ (23 ก.ย. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมนัดสุดท้ายก่อนส่งมอบต่ำแหน่งในกองทัพสิ้นเดือนนี้ ของสภากลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงถึงความคืบหน้ากรณีบุตรชายพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้รับเหมาโครงการของกองทัพภาคที่3 พล.อ.ประวิตร ระบุว่า หากต้องการทราบรายละเอียดโครงการก็ควรจะไปร้องขอกองทัพภาคที่3 ได้ แต่เชื่อว่ากระบวนการดำเนินการโดยเปิดเผย ทั้งนี้พล.อ.ปรีชา ได้ยืนยันแล้วว่า ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทของบุตรชาย และมั่นใจว่ากรณีนี้ไม่กระทบต่อนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล
ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องบุตรชายพล.อ.ปรีชาโยงการเมืองในสังคมออนไลน์ ก็อาจเป็นการกระทำของฝ่ายตรงข้าม แต่มั่นใจว่าไม่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร
โดยการประชุมสภากลาโหมวันนี้ พล.อ.ประวิตร ระบุว่าไม่มีวาระพิเศษ และขอบคุณทุกคนที่ร่วมทำงานมาตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ที่ผ่านมาประทับใจผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกคน ที่สามารถปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งของพล.อ.ธีรชัย นาควานิช หลังเกษียณอายุราชการ ขณะนี้พล.อ.ธีรชัย เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.อยู่แล้ว ซึ่งหากจะได้รับตำแหน่งอื่นก็ต้องพิจารณาอย่างเหมาะสม
ขณะที่การแต่งตั้งผู้แทนพิเศษรัฐบาล หรือ ครม.ส่วนหน้า แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ บุคคลที่จะมากำกับดูแลจะเป็นรัฐมนตรีช่วย ส่วนพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม จะมารับผิดชอบในตำแหน่งนี้ด้วยหรือไม่ คงยังตอบไม่ได้ แต่อาจมีรัฐมนตรีช่วยมาดูแลมากกว่า 1 คนก็ได้
ทั้งนี้ ก่อนการประชุมสภากลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ให้นาย กลิน ที เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย หารือเตรียมการที่ พล.อ.ประวิตรจะเดินทางไปประชุม รัฐมนตรีว่าการกลาโหมอาเซี่ยนที่ฮาวาย ช่วงวันที่ 28-30 กันยายนนี้ โดยในภายหลังนาย กลิน ที เด วี ระบุว่าพอใจกับการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ของไทย ที่ขยับจากเทียร์3 มาอยู่ที่เทียร์2 และยังแสดงความคิดเห็นถึงการลงประชามติของไทยว่าฟรีและแฟร์ เชื่อว่าไทยจะเดินหน้าตามโรดแม๊ปได้