"ท้าเปิด TOR" พิสูจน์บริสุทธิ์ "จันทร์โอชา"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จากประเด็นตรวจสอบการใช้งบประมาณ ของสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ที่มีภาพ “ฝายแม่ผ่องพรรณ” ซึ่งตั้งชื่อตาม นางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ภรรยาของพลเอกปรีชา จันทร์โอชา นายกสมาคมภริยาข้าราชการสำนักงานปลัดกลาโหม และล่าสุด ถูกแชร์ภาพในโลกออนไลน์ว่า ฝายที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นานพังเสียหายลงแล้ว เมื่อตรวจสอบก็พบว่า จุดที่พัง คือ ตลิ่งด้านข้าง ที่ถูกน้ำเซาะเป็นร่องประมาณครึ่งเมตร

สภาพฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนา ซึ่งเป็นฝายชะลอน้ำที่ก่อสร้างขึ้นในตำบลแม่คะ เป็นฝายหินทิ้ง ความสูง 1 เมตร 20 เซนติเมตร กว้าง 3 เมตร ยาว 6 เมตร ซึ่งล่าสุด ถูกน้ำกัดเซาะตลิ่งด้านข้างที่เป็นดินทราย เกิดเป็นร่องน้ำกว้างประมาณครึ่งเมตร ทำให้น้ำผ่านฝายไปได้

นายอัครวิน วันดา กำนันตำบลแม่คะ อำเภอฝาง บอกว่า ฝนที่ตกต่อเนื่องตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ตลิ่งซึ่งเป็นดินทรายถูกกัดเซาะลึกเข้าไป ล่าสุดชาวบ้านได้ซ่อมแซมเสริมความแข็งแรงให้ตลิ่งแล้ว พร้อมยืนยันว่า ตัวฝายแบบหินทิ้ง ยังใช้การได้ ไม่มีส่วนใดถูกกระแสน้ำกัดทำลายให้เสียหาย  

บริเวณลำน้ำดังกล่าวเป็นดินทราย ในช่วงฤดูฝนกระแสน้ำจะเปลี่ยนทิศทางทุกปี ทำให้เกษตรกร 15 หมู่บ้านในตำบลแม่คะ ไม่สามารถคาดเดาทิศทางน้ำและใช้ประโยชน์จากลำน้ำดังกล่าวได้ ชาวบ้าน จึงต้องการให้สร้างฝายขึ้น เพื่อสำรองน้ำใช้ในหน้าแล้ง ส่วนการตั้งชื่อฝาย ผู้นำชุมชน ยืนยันว่า เป็นความต้องการของชาวบ้านที่เห็นว่าชื่อนี้เรียกและจดจำง่าย

“ฝายแม่ผ่องพรรณ” ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังปรากฏภาพในสื่อสังคมออนไลน์ว่า ใช้งบประมาณของรัฐ ไปตั้งชื่อฝาย ตามชื่อภรรยาปลัดกระทรวงกลาโหม และถูกตั้งคำถามว่า ถือเป็นการคอรัปชั่นรูปแบบหนึ่งหรือไม่

จากนั้น ทั้งพลเอกปรีชา และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ยอมรับได้งบประมาณจากสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม 7,800 บาท สร้างฝายแห่งนี้ และกองทัพอากาศ ยอมรับด้วยว่า สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ขอสนับสนุนเครื่องบิน C – 130 ในการเดินทาง แต่ในหนังสือที่ส่งมา ไม่ได้ระบุว่า จะไปในนามสมาคมภริยาฯ

ทีโออาร์ทุกโครงการที่ห้างหุ้นจำกัดคอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น ได้งานไปจากกองทัพภาคที่ 3 ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก เพราะจะเป็นตัวชี้วัดเจตนาเบื้องต้นได้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เป็นพ่อ คือ พลเอกปรีชา จันทร์โอชา กับ ลูกชาย คือ นายปฐมพล จันทร์โอชา ที่มีสถานะเป็นเจ้าของบริษัท ส่อไปในทิศทางใด เพราะลำพังข้อมูลที่ปรากฎเป็นสาธารณะ อาจจะยังไม่เพียงพอ หากจะพิสูจน์ข้อกล่าวหาที่กำลังเกิดขึ้น แม้เบื้องต้น ข้อมูลที่ทีมข่าวพีพีทีวีรวบรวมได้ และกำลังจะแสดงให้คุณผู้ชมได้รับทราบ จะตั้งข้อสังเกตบางประการได้ก็ตาม

ย้อนมาดูเงื่อนเวลาจัดตั้งบริษัทของลูกชายพลเอกปรีชา จันทร์โอชา กับ บทบาทของผู้เป็นพ่อในห้วงใกล้เคียงกันก่อน ห้างหุ้นส่วนจำกัดคอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น จดทะเบียนครั้งแรกด้วยทุน 1 ล้านบาท ก่อนจะมาเพิ่มภายหลังอีก 5 แสนบาท รวม 1.5 ล้านบาท มีนายปฐมพล จันทร์โอชา ลงชื่อเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ และนางวัลละภา จันทร์โอชา เป็นหุ้นส่วน ขอจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลวันที่ 4 พฤษภาคม 2555 

ในเวลานั้นพลเอกปรีชา จันทร์โอชา ยังมียศพันตรี ดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 3  ก่อนจะไต่เต้าไปถึงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 3 และอยู่ในเก้าอี้ จนถึง เดือนกันยายน 2557 โดยวันที่ 1 ตุลาคม 2557 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และขึ้นเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมในวันที่ 1 ตุลาคม 2558

นับตั้งแต่ลูกชายพลเอกปรีชา ตั้งบริษัทรับงานก่อสร้าง ก็ชนะการประกวดราคารับงานจากหน่วยงานรัฐหลายแห่ง ไม่เฉพาะในกองทัพบกอย่างเดียว แต่หากนับจากงานที่ได้จากกองทัพภาคที่ 3 เท่าที่ทีมข่าวพีพีทีวีรวบรวมได้ มีอยู่ 6 โครงการ ที่น่าสนใจและอาจกลายเป็นคำถามใหญ่หลังจากนี้ คือ ส่วนต่างระหว่างราคากลางกับราคาตกลงจ้าง แต่ละโครงการต่างกันไม่มาก บางโครงการต่างกันเพียงแค่หมื่นต้นๆ ทั้งที่ราคากลางตั้งไว้กว่า 10 ล้านบาท

ไล่เลียงตามเวลาที่ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง โครงการแรก วันที่ 11 กันยายน คือ จ้างต่อเติมอาคารกองบังคับการจังหวัดทหารบกพิษณุโลก ค่ายสมเด็จพระนเรศวร ราคากลาง 17,926,700 ราคาที่ชนะการประกวดราคาอยู่ที่ 17,880,000 บาท ส่วนต่างจากราคากลาง 46,700 บาท

โครงการที่ 2 ประกาศจัดซื้อจัดจ้างวันที่ 8 ธันวาคม 2557 ก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์กองทัพภาคที่ 3 ค่ายพ่อขุนผาเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ราคากลาง 13,710, 592 บาท ราคาจัดซื้อจัดจ้าง 13,680,00 บาท ส่วนต่างจากราคากลาง 30,592 บาท

โครงการที่ 3 ก่อสร้างอาคารกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 14 จังหวัดตาก ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง 24 เมษายน 2558   ตั้งราคากลางไว้ที่  25,411,400 บาท ตกลงจัดซื้อจัดจ้างที่ 25,355,000 บาท ส่วนต่างจากราคากลาง 56,400 บาท

ครงการที่ 4 ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง 15 กันยายน 2558 ก่อสร้างโรงเก็บอากาศยาน แบบ ฮ.ท.60 ของกองทัพภาคที่ 53 โครงการนี้เป็นโครงการที่ราคาตกลงจัดซื้อจัดจ้างต่ำกว่าราคากลางมากที่สุด คือ 656,900 บาท 

โครงการที่ 5 คือ ก่อสร้างโรงทหาร ห้องน้ำ และส้วมทหาร มณฑลทหารบกที่ 36 ค่ายขุนผาเมือง ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง 9 กุมภาพันธ์ 2559 โครงการนี้ราคาที่ตกลงจัดซื้อจัดจ้างต่างจากราคากลางเพียง 15,000 บาท จากราคากลางที่ตั้งไว้ถึง 13,805,900 บาท ราคาที่ชนะการประมูล คือ 13,790,900 บาท 

โครงการสุดท้าย ราคาตกลงจัดซื้อจัดจ้างก็ต่างจากราคากลางเพียงแค่ 15,000 บาท เช่นเดียวกัน คือ ก่อสร้างอาคารกรมทหารราบที่ 14 ค่ายวชิรปราการ จังหวัดตาก โดยราคากลางที่ตั้งไว้ คือ 8,160,100 บาท ราคาที่ชนะการประกวดราคา คือ 8,145,100 บาท 

2 โครงการหลังในปี 2559 ที่มีส่วนต่างจากราคากลางน้อยที่สุด ใช้วิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แบบ e-bidding ที่ถูกพัฒนามาจาก e-auction ที่ผู้เสนอราคาแข่งขันจะไม่ได้พบกัน ส่วนที่เหลือใช้แบบเก่าคือ  e-auction

ข้อมูลเพียงเท่านี้ ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ว่า การเข้าไปรับงานของหุ้นส่วนจำกัดคอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น จากกองทัพภาคที่ 3 ได้อาศัยอำนาจของผู้เป็นพ่อคือพลเอกปรีชา จันทร์โอชา เอื้อประโยชน์หรือไม่ เพราะยังไม่มีรายละเอียดที่บ่งบอกได้ถึงพฤติกรรมนี้ แต่หากได้ขอบกำหนดขอบเขตงาน หรือ ทีโออาร์ของโครงการต่างเหล่านี้มา ก็จะทราบว่า การกำหนดเคาะราคาต่อ 1 ครั้ง จะให้ส่วนต่างราคาเท่าไหร่ และบริษัทคู่เทียบหรือคู่แข่งขัน ตั้งใจที่จะเสนอแข่งราคาแข่งเพื่อให้ได้งานหรือไม่ นั่นหมายความว่า ทีโออาร์ จะเป็นจิ๊กซอร์สำคัญ

การรับงานก่อสร้าง 7 โครงการ จากกองทัพภาคที่ 3 ของ บริษัท คอมเทมโพลารี คอนสตรัคชั่น ที่มีนายปฐมพล จันทร์โอชา บุตรชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกลาโหม และน้องชายของนายกรัฐมนตรี เป็นหุ้นส่วน ถูกยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตรวจสอบเป็นครั้งที่ 2 หลังถูกยื่นตรวจสอบประเด็นการสร้างฝายแม่ผ่องพรรณไปก่อนหน้านี้แล้ว และวันนี้ ก็ถือเป็นครั้งแรก ที่กรรมการ ป.ป.ช. แสดงท่าทีต่อเรื่องนี้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

THAI FIGHT WARRIORS

THAI FIGHT WARRIORS

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ