เพื่อไทย ออกแถลงการณ์จี้ยกเลิกคำสั่ง คสช.ยึดทรัพย์จำนำข้าว

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นายกรัฐมนตรียืนยันการสรุปค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว ที่นางสาวยิ่งลักษณ์จะต้องชดใช้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมายไม่มีการกลั่นแกล้ง ขณะที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ จี้ยกเลิกคำสั่ง คสช. ยึดทรัพย์จำนำข้าว

หลังคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง ชุดที่มี นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นประธาน ได้สรุปค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว ในฤดูกาลผลิต2555/2556 และปี 2556/2557 เป็นจำนวน 1.78 แสนล้านบาท และมีการให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ชดใช้ค่าเสียหาย 20% เป็นจำนวนเงิน 3.57 หมื่นล้านบาท นั้น

ล่าสุด พรรคเพื่อไทย ได้ออกแถลงการณ์ ขอให้รัฐบาลทบทวนกระบวนการเรียกค่าเสียในโครงการรับจำนำข้าว และยกเลิกการใช้มาตรา 44 ที่ล่าสุด ได้มีการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 56/2559 ลงวันที่ 13 กันยายน 2559 ให้อำนาจกรมบังคับคดี ในการใช้มาตรการบังคับทางปกครองด้วยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดในโครงการรับจำนำข้าว

เนื่องจากเห็นว่า การใช้มาตรา 44 ของหัวหน้าคสช.เป็นการลุแก่อำนาจสร้างความไม่ชอบธรรมแก่ผู้ที่ถูกกล่าวหา และเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม จึงขอเรียกร้องให้หัวหน้า คสช. และรัฐบาล ได้ดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายปกติ ไม่ควรใช้อำนาจพิเศษตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 44 และยกเลิกการใช้มาตรา 44 โดยไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

ขณะที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมาย และกรอบระยะเวลาที่ต้องให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร ไม่ได้มีการเร่งรัดคดี และตนไม่ได้เป็นผู้ตัดสินว่าผิดหรือไม่ผิด เพราะรัฐบาลมีหน้าที่นำไปสู่กระบวนการเพียงอย่างเดียว ซึ่งในทางอาญา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ดำเนินการไปแล้ว โดยรัฐบาลต้องดำเนินการตาม พรบ.ความรับผิดทางละเมิดปี 2539 ด้วยเช่นกัน หากไม่ดำเนินการก็จะมีความผิดตามกฏหมายมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะเป็นกระบวนการตัดสินของศาล

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ภริยา และบุตร ของ พลเอกปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม กรณีการตั้งชื่อฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนา และการรับงานประมูลโครงการภายในกองทัพภาคที่ 3 โดยหากมีการโจมตีทั้ง 2 กรณีมาที่ตนเอง ก็โจมตีมาเพราะโดนโจมตีลักษณะเช่นนี้อยู่แล้ว แต่ขออย่าทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ยอมรับว่าห่วงน้องชายเพราะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง และส่วนตัวไม่ทราบว่ามีความผิดหรือไม่ หากข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรไม่ขอรับประกัน เนื่องจากเป็นเรื่องที่ พล.อ.ปรีชา ต้องรับผิดชอบ และขออย่าวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกรณี ที่รัฐบาลไม่ได้จริงจังกับกรณีดังกล่าว เนื่องจากเป็นคนละเรื่อง ซึ่งหากมีการฟ้องร้องขอให้ดำเนินการสอบสวนมา

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

Arena 36

Arena 36

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ