ความรักและเทิดทูนที่พสกนิกรมีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดช เป็นความรู้สึกอันบริสุทธิ์ที่อยู่เหนือความต่าง และยากจะมีเส้นแบ่งใดมากั้น แม้แต่เชื้อชาติ หรือศาสนา หลายๆคนคงยังจำ 'อลัน เบท' อดีตนักปั่นจักรยานทีมชาติชาวอังกฤษ ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยมานานหลายปี เขาออกปั่นจักรยานรอบโลก เป็นระยะทาง 29,500 กม. ในปี 2010 เพื่อประกาศความจงรักภักดีที่เขาและประชาชนคนไทยทุกคนมีต่อในหลวงให้โลกได้รับรู้
ตลอดระยะเวลาการเดินทางรอบโลก อลันยอมรับว่าเหนื่อยและท้อจนแทบถอดใจ แต่ด้วยความรักที่เปี่ยมล้น ความเหน็ดเหนื่อยก็พลันหายไปทันทีที่เขาขอกำลังใจจากพระองค์ กว่าจะสำเร็จ ภารกิจนี้ใช้เวลามากกว่า 113 วัน และได้รับการบันทึกสถิติให้เป็นการปั่นจักรยานรอบโลกด้วยระยะเวลาที่สั้นที่สุด ซึ่งอลันบอกว่า ความสำเร็จครั้งนี้ล้วนเกิดจากความรักที่ยิ่งใหญ่ที่คนธรรมดาอย่างเขา มีต่อกษัตริย์ของไทย
เรื่องราวของชาวต่างชาติอีกคนที่มีหัวใจไทย คือ มาร์ติน วีลเลอร์ ชาวอังกฤษที่เลือกเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ด้วยการทิ้งชีวิตสุขสบายในบ้านเกิด มาลงหลักปักฐานในหมู่บ้านเล็กๆที่จังหวัดขอนแก่น เขาน้อมนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติตามอย่างน่าชื่นชม และได้รับการยกย่องให้เป็นปราชญ์ชาวบ้าน ในฐานะเกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จจากการใช้ชีวิตแบบพอเพียง ตามแนวทางพระราชดำรัส
มาร์ตินกล่าวด้วยใจจริงว่า “คนไทยน่าอิจฉาที่มีแผ่นดินอุดมสมบูรณ์มากๆ มีดินเยอะ น้ำเยอะ แสงแดดเยอะ ทำเกษตรได้สบาย และยังโชคดีมาก ที่มีในหลวงเป็นผู้นำ พระองค์ท่านเป็นคนที่ทำงานหนักมาก เพื่อช่วยให้คนคิดได้ ช่วยให้คนอยู่ได้ จะหากษัตริย์ในประเทศอื่นไม่ค่อยมีแบบนี้”
นอกจากการดำเนินชีวิตที่น่าเอาเป็นแบบอย่างแล้ว คำพูดที่น่าคิดของฝรั่งผู้หลงรักในชีวิตพอเพียงคนนี้ ยังทำให้ฉุกคิดได้ว่า พสกนิกรชาวไทยที่อยู่ใต้ร่มพระบารมีอย่างเรา ก็ควรน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมนำคำสอนของท่านมาใช้ในการดำเนินชีวิตเช่นกัน