สหรัฐฯแสดงความเป็นกังวลว่า กองกำลังของรัฐอิสลาม หรือไอเอส ไม่น้อยกว่า 5,000 คน อาจใช้พลเรือนเกือบ 700,000 คน ที่คาดว่ายังติดอยู่ในวงล้อมการสู้รบ เป็นโล่มนุษย์ หลังถูกกองทัพรัฐบาลอิรักและสหรัฐโจมตีอย่างหนัก เพื่อขับไล่ออกจากเมืองโมซูล เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งขณะนี้กลายเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มไอเอสในอิรัก
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่าไอเอสอาจใช้อาวุธเคมี เข้าต่อกรกับกองทัพอิรัก แม้ว่าความเป็นไปได้ที่ไอเอสจะพัฒนาอาวุธเคมีอานุภาพสูงจะมีน้อยก็ตาม
ส่วนความคืบหน้าของปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูล ล่าสุด กองกำลังผสมของอิรัก ซึ่งประกอบด้วยกองทัพรัฐบาลอิรัก กองกำลังชาวเคิร์ด และชนกลุ่มน้อยอื่นๆสามารถยึดหมู่บ้านในพื้นที่คืนจากไอเอสได้แล้ว 10 แห่ง โดยกองทัพอิรักจะเคลื่อนกำลังมุ่งหน้าขึ้นเหนือ และจะมีกองกำลังชาวเคิร์ดเคลื่อนกำลังมาสมทบจากทางตะวันออกเร็วๆนี้
ด้านผู้บัญชาการกองกำลังชาวเคิร์ด ระบุว่า ปฏิบัติการนี้อาจต้องใช้เวลานานราว 2 เดือน โดยมีสภาพอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปฏิบัติการล่าช้าไปอีก
สถานการณ์การสู้รบในเมืองโมซูล ทำให้หน่วยงานความมั่นคงของยุโรปและมาเลเซีย สั่งเฝ้าระวังและคุมเข้มชายแดน ป้องกันคลื่นนักรบญิฮัดหนีตายจากสงครามในโมซูลเข้าประเทศ