จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมาก คอมเมนต์ข้อมูลส่วนตัวในเฟซบุ๊กแฟนเพจ PPtv Thailand ใต้โพสต์ที่ระบุว่า “น.ส.พรรณิดา ซาวคำเขตต์ ทายาทบริษัทผลิตชุดกีฬา ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวโพสต์ข้อความแจกเสื้อสีดำฟรี 20,000 ตัว เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินและถวายความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2559 เวลา 18.23 น. เนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่าทางสถานีจะทำการแจกเสื้อดำฟรีนั้น
ล่าสุดเว็บไซต์ www.pptvhd36.com และเฟซบุ๊กแฟนเพจสถานีโทรทัศน์ พีพีทีวี PPtv Thailand ออกมาชี้แจงว่า ขณะนี้ทางสถานียังไม่มีนโยบายแจกเสื้อดำฟรี ตามที่หลายคนเข้าใจผิดแต่อย่างใด และเนื่องจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมาก เข้ามาคอมเมนต์ข้อมูลส่วนตัว ทั้ง ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งอาจถูกมิจฉาชีพนำไปแอบอ้างหรือใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง จึงขอแจ้งเตือนผู้ที่เข้ามาระบุข้อมูลดังกล่าว ลบคอมเมนต์และอย่างหลงเชื่อ หากมีผู้แอบอ้างชื่อสถานี ติดต่อกลับไปเพื่อแจกเสื้อดำหรือสิ่งของต่างๆ
ทั้งนี้ ภายหลังผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมาก คอมเมนต์ข้อมูลส่วนตัวใต้โพสต์ดังกล่าว หลายคนได้คอมเมนต์ข้อความแสดงความเป็นห่วง เพราะเกรงว่ามิจฉาชีพอาจทำข้อมูลเหล่านี้ ไปแอบอ้างหรือแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ เช่น
“ยังไม่ทันอะไรกันรีบโพสต์บอกชื่อที่อยู่ตัวเองกันแล้วหรอครับ แบบนี้พวกมิจฉาขีพชอบเลยละ น่าจะโทรสอบถามไปยังสำนักข่าวก่อนดีกว่าไหม เห็นแต่ละคนนี่แบบรีบร้อนเลยนะครับ อ่านเนื้อหาให้ดีดีแล้วใช้สมองคิดกันซักหน่อยครับ เตือนสติตัวเองหน่อยครับ แบบนี้คนขายประกันสารพัดชอบเลย ไหนจะขายของอะไรสารพัดคงได้ส่งโบชัวร์โฆษณากันสนุก จะส่งของผิดกฏหมายไปให้นี่ก็ง่ายเลยแบบนี้”
“เอาละครับพี่น้องครับ ข้อมูลที่อยู่พร้อมเบอร์โทรศัพท์มาครบเลยครับ เป็นลู่ทางให้พวกมิจฉาชีพเต็มที่เลยครับ เอ้าเร่เข้ามา”
“ใจเย็นๆ กันนะคะทุกคน เขาลงข่าวเพื่อให้ทราบว่า คุณพรรณิดา ซาวคำเขตต์ ใช้ Facebook ส่วนตัวแจกเสื้อฟรี 20,000 ตัว ไม่ใช่เพจ PPtv Thailand แจกเสื้อนะคะ ตั้งสติดีๆ อ่านเยอะๆ ทำความเข้าใจให้ครบถ้วน ไม่มีประโยคไหนให้ลงชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรนะคะ”
สำหรับอันตรายจากการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ในอินเตอร์เน็ตโดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ ถือเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานทุกคนควรตระหนักรู้อย่างเท่านั้น หลายครั้งที่ข้อมูลซึ่งปรากฎในโลกออนไลน์นั้น นำอันตรายมาสู่ตัวผู้โพสต์อย่างไม่ทันรู้ตัว ทีมนิวมีเดีย PPTV ได้รวบรวมผลเสียและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น สรุปสั้นๆ 4 ข้อ ดังนี้
1. การโพสต์ข้อมูลส่วนตัวลงในสังคมออนไลน์ อาจทำให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพได้ เนื่องจากความคิดเห็นที่เผยแพร่บนอินเตอร์เน็ต เป็นข้อความที่สามารถเข้าถึงได้โดยสาธารณะ
2. มิจฉาชีพสามารถนำข้อมูลเกี่ยวกับตัวคุณอย่าง เช่น ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด เบอร์โทรศัพท์มือถือ และอาชีพ ไปใช้ในการยืนยันข้อมูลทางธุรกรรมทางการเงิน และเอกสารราชการอื่นๆ ได้
3. การให้ข้อมูลส่วนตัวในส่วนของรายละเอียดของที่อยู่อาศัย ทำให้มิจฉาชีพเข้าถึงตัวคุณได้ง่ายขึ้น
4. มิจฉาชีพสามารถนำข้อมูลส่วนตัวของคุณ ไปแสวงหาผลประโยชน์ในด้านอื่นๆ ที่ตัวคุณเองก็คาดไม่ถึง
ทั้งนี้ ภายหลังสถานีโทรทัศน์ พีพีวีวี ออกข่าวชี้แจงความเข้าใจคาดเคลื่อน และแนะนำให้ผู้ที่เข้ามาคอมเมนต์ชื่อที่อยู่ เข้ามาลบคอมเมนต์เพื่อความปลอดภัยนั้น เฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อดังอย่าง Drama-addict ได้แชร์ข่าวนี้ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการอ่านข้อความ ที่อาจไม่ครบถ้วนของผู้เข้ามาคอมเมนต์ข้อมูลส่วนตัว ซึ่งมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก
อ่านข่าวเพิ่ม >>> พีพีทีวี ชี้แจงกรณีดราม่าแจกเสื้อดำเป็นการเข้าใจผิด พร้อมยืนยันไม่มีการแจกเสื้อดำตามที่เข้าใจคลาดเคลื่อน