พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ให้กระทรวงพลังงานศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม หลังสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติไม่เห็นด้วยกับการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน และหากมีการดำเนินการต่อ ผู้ที่ไม่เห็นด้วยจะได้ทราบว่ารัฐบาลไม่ได้เพิกเฉยต่อข้อคิดเห็นต่างๆ และได้มีการปรับในหลายจุดแล้ว
ทั้งนี้ สปช.ไม่ได้เสนอให้หยุดสร้างความมั่นคงทางพลังงานแต่ให้ดูว่ามีรูปแบบใดที่เหมาะสมกว่า ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้พิจารณาแล้วว่าระบบไทยแลนด์ทรีพลัสดีกว่า เพราะระบบการแบ่งปันผลประโยชน์ คือรัฐกับภาคเอกชน ที่จะลงทุนต้องเอาเงินมารวมกันเพื่อสำรวจแหล่งปิโตรเลียม หากเจอแหล่งพลังงานจะมีการตกลงในรายละเอียดในแต่ละครั้ง และมักเกิดคำถามเรื่องผลประโยชน์ที่อาจจะมีกลุ่มการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม หากเป็นรูปแบบไทยแลนด์ทรีพลัส รัฐไม่ต้องลงทุน เอกชนจะลงทุนฝ่ายเดียว หากเจอแหล่งพลังงานก็ให้ต้นทุนในการสำรวจแก่เอกชนกลับไป ส่วนกำไรจะแบ่ง 2 ส่วน โดยรัฐได้ร้อยละ 70 เอกชนได้ร้อยละ 30 จึงโปร่งใสชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้