เสร็จสิ้นไปแล้วสำหรับการประชันวิสัยทัศน์ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างนางฮิลลารี่ คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ จากพรรคเดโมแครต กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ คู่แข่งจากพรรครีพับลิกัน จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเนวาดา ในนครลาสเวกัส
เช่นเคย การดีเบตกินระยะเวลาทั้งสิ้น 90 นาที โดยมีนาย คริส วอลเลส ผู้สื่อข่าวการเมืองจากสถานีฟ็อกซ์นิวส์ เป็นผู้ควบคุมรายการ ส่วนหัวข้อการดีเบตในวันนี้มีทั้งสิ้น 6 ประเด็น คือ เศรษฐกิจ หนี้สาธารณะ สวัสดิการสังคม การรับผู้อพยพ การคัดเลือกผู้พิพากษาศาลฎีกา รวมไปถึงคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
แม้ว่าบรรยากาศการดีเบตวันนี้ จะดุเดือดน้อยกว่าการดีเบต 2 ครั้งก่อน เนื่องจากเน้นเรื่องนโยบายมากกว่าการโจมตีเรื่องส่วนตัว แต่ทั้งสองคนก็เลือกที่จะไม่จับมือทักทายกัน ทั้งก่อนเริ่มและหลังจบการดีเบต นอกจากนี้ หลายฝ่ายยังจับตาไปที่ การตอบคำถามของทรัมป์ เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า จะยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ ซึ่งทรัมป์บอกว่า จะรอดูก่อนว่าผลการเลือกตั้งมีความชอบธรรมหรือไม่ ถึงเวลานั้นจึงจะให้คำตอบอีกที ตอนนี้ปล่อยให้สงสัยกันไปก่อน สร้างความไม่พอใจให้กับนางคลินตัน ซึ่งตอบโต้ทันทีว่า คำพูดของทรัมป์เท่ากับดูหมิ่นประชาธิปไตยของประเทศ
ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิง ทรัมป์ระบุว่า ทีมหาเสียงของนางคลินตันอยู่เบื้องหลังกรณีที่มีผู้หญิงออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เคยถูกเขาลวนลาม โดยทรัมป์ยืนยันว่า ไม่รู้จักผู้หญิงเหล่านี้ และเขาก็เคารพเพศหญิงไม่น้อยไปกว่าใครๆ
ด้านนางคลินตัน ก็โจมตีทรัมป์ในประเด็นเรื่องความสัมพันธ์กับรัสเซีย โดยระบุว่า หากทรัมป์ขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ก็จะกลายเป็นหุ่นเชิดของประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ซึ่งก็ถูกทรัมป์พูดแทรกเป็นระยะ นอกจากนี้ ยังชี้ให้ผู้ชมเห็นว่า เธอทำงานรับใช้ประเทศตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ทรัมป์เป็นแค่นักธุรกิจและคนดังในแวดวงสังคม
หลังจากตอบคำถามเรื่องความขัดแย้งในต่างประเทศ ทั้งในอิรัก ซีเรีย ทั้งคู่ก็ย้อนกลับมาปิดท้ายที่เรื่องเศรษฐกิจและปิดด้วยเรื่องสวัสดิการสังคม
BRENDAN SMIALOWSKI / AFP
ROBYN BECK / AFP