ภาพถ่ายขณะเข้ารับพระราชทานผ้าไตรจีวรและอัฐบริขารจากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ของสามเณรเสฐียรพงษ์ วรรณปก ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อปี 2503 ยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ แม้ผ่านมากว่า 56 ปี แต่อดีตสามเณรเสฐียรพงษ์ ยังคงจดจำความรู้สึกครั้งนั้นได้เป็นอย่างดี
ศาสตราจารย์พิเศษเสฐียรพงษ์ วรรณปก ในวัย 78 ปี เล่าความประทับใจที่เขามีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่า หลังสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคขณะเป็นสามเณร มีโอกาสเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อนจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณทรงรับเป็นนาคในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งการเข้าเฝ้าฯ ครั้งนี้ สามเณรเสฐียรพงษ์ได้ถวายปณิธานว่าจะบวชยาวนานเพื่อเป็นคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา แต่ทรงมีกระแสรับสั่งว่า “ไม่สำคัญ อยู่ในภาวะใดก็ได้ แค่ทำคุณประโยชน์ได้ก็พอ”
หลังลาสิกขาในปี 2514 เข้าสู่เพศฆราวาส ศาสตราจารย์พิเศษเสฐียรพงษ์ ไม่เคยละทิ้งการทำประโยชน์ไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะใดตามที่เคยมีพระราชกระแสรับสั่ง “พระมหากษัตริย์พระผู้ทรงเป็นอุบาสกรัตนะ” เป็นหนึ่งงานเขียนอธิบายเกี่ยวกับหลัก “ทศพิธราชธรรม” ที่เขาตั้งใจรวบรวมพระราชกรณียกิจของพระองค์ไว้
“ไม่มีพระราชาพระองค์ไหน ทำได้เหมือนพระองค์” คือสิ่งที่สามเณรเปรียญธรรม 9 ประโยครูปแรกในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช น้อมระลึกไว้อยู่เสมอ