ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ โรดริโก ดูเตอร์เต (Rodrigo Duterte) เข้าใจการเมืองระดับโลกดี เพราะที่ผ่านมาสามเดือนไม่มีวันไหนที่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นเขย่าโลก ล่าสุดประกาศ “ตัดขาด” กับสหรัฐอเมริกาเพราะไม่ ต้องการพึ่งพามากเกินไปโดยเฉพาะทางด้านทางทหาร ประเด็นนี้สร้างความปั่นป่วนให้กับกรุงวอชิงตันเป็นอย่างมาก ไม่เคยมีมาก่อน ที่อยู่ๆ ผู้นำฟิลิปปินส์จะออกมาประนามสหรัฐอเมริกาในลักษณะนี้
ในขณะที่เยือนญี่ปุ่นวันสองวันนี้ ดูเตอร์เต ออกมาพูดซ้ำอีกว่าอยากเห็นฟิลิปปินส์ไม่มีทหารต่างชาติประจำการอยู่ รวมทั้งความร่วมมือทั้งหลายที่ได้ทำไว้กับสหรัฐอเมริกาในช่วงหกปีที่ผ่านมาในยุคสมัยของอดีตประธานาธิบดีนีนอย อาคิโนนั้น ฟิลิปปินส์เป็นอเมริกันจ๋า
เอาเข้าจริง ลึกๆ ฟิลิปปินส์เหมือนกับไทยในฐานะที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐอเมริกาต้องทนอยู่อาณัติของสหรัฐอเมริกามานาน ให้เกิดความคับแค้นใจ เพียงแต่ว่า ดูเตอร์เต นั้นปากโป้งไม่เกรงใจเพราะชนะเลือกตั้งมาสดๆ ส่วนผู้นำไทยมีบุคลิกคนละแบบกับดูเตอร์เต ถึงแม้ว่าจะมีความรู้สึกเดียวกัน จะแบกเอาความรู้สึกเอาไว้ในใจ เวลามีเรื่องกับสหรัฐอเมริกาก็จะไม่ออกมาติด่ากัน (ดูเตอร์เต ทำให้ไทยดูดีมากในสายตาสหรัฐอเมริกา)
ทำไมรัฐบาลฟิลิปปินส์จึงบ้าบิ่นเล่นเกมส์มหาอำนาจประเทศเดียว? เรื่องนี้มีประเด็นส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวด้วย เหมือนกับนายกรัมนตรีนารินทรา โมดีที่ถูกปฎิเสธวีซ่าไม่ให้เข้าสหรัฐอเมริกามาแล้ว ดูเตอร์เต ก็เหมือนกัน รู้สึกแค้นใจเป็นอย่างมาก ส่วนโมดีทำใจได้ แต่ผู้นำฟิลิปปินส์คนนี้ไม่เล่นด้วย
นอกจากนั้น เขาไม่ชอบหน้า แดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกาเพราะพูดจาไม่ถูกใจเจ้าของบ้าน แบบที่มาเมืองไทยต้นปีพาดพิงถึงการเมืองไทย เล่นเอากระทรวงต่างประเทศไทยต้องออกแถลงการณ์โต้ทันที
ฟิลิปปินส์มีพลังการเมืองระหว่างประเทศมากกว่าประเทศในอาเซียนยอมรับ คนงานฟิลิปปินส์กว่าสิบล้านคนกระจายทำงานทั่วโลกทุกๆ ภาคของโลกและรับงานทุกชนิด แต่ที่เชิดหน้าชูตาประเทศนี้ที่สุดคือทำงานในเรือ (seaman) ร้องรำทำเพลงและบริการด้านต่างๆ (entertainment and services) คนเหล่านี้เป็นตัวทำเงินนำเข้าประเทศฟิลิปปินส์ปีละเป็นหมื่นๆ ล้านบาท ไม่ว่าเศรษฐกิจในประเทศจะเลวร้ายแค่ไหน ก็ไม่ถูกกระทบกระเทือน รัฐบาลต้องดูแลคนงานเหล่านี้เป็นอย่างดีเพราะเป็นฐานเสียงลงคะแนนให้
จึงไม่น่าแปลกใจ ดูเตอร์เต ตัดสินใจเก่งเอาใจทั้งจีนและญี่ปุ่น เนื่องจากต้องการความช่วยเหลือจากทั้งสองประเทศทั้งด้านเทคนิคและเงินทองทางด้านการลงทุนในโครงสร้างยักษ์ที่สหรัฐอเมริกาไม่มีปัญญาลงทุนหรือสนใจ
ฟิลิปปินส์ต้องระวังในประเด็นหนึ่ง คือ ในฐานะเป็นประธานอาเซียนต้องประพฤติตัวให้ดี พูดจาว่าสหรัฐอเมริกาไม่เป็นไร แต่อย่ามาต่อว่าตัดพ้ออาเซียนก็แล้วกัน เพราะจะไม่มีใครให้อภัย
ไทยกับฟิลิปปินส์มีความใกล้ชิดกัน นิสัยคล้ายกันเฮฮาปาร์ตี้เป็นเรื่องชอบ ฉะนั้นทั้งสองประเทศต้องหาทางร่วมมือกันมากขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องการปรองดองแห่งชาติ ที่ฟิลิปปินส์ประสบความสำเร็จในการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนต่างๆ
DAVID MAREUIL / POOL / AFP
EUGENE HOSHIKO / AP POOL / AFP